
มาคืนคนดีที่เดือดร้อนต้องใช้เงินไง อะไรทำนองนี้แหละ
นี้แน่ๆ เนื้อเรื่องเป็นแนวซ้อนแผน ต้องใช้สมองดูนิดนึง ซึ่งเราไม่ใช่แนวนี้ ไม่ชอบแบบคิดมาก แต่เราไม่ค่อยชอบวิธีถ่ายภาพที่ถ่ายเจาะแต่หน้าคน เราว่ามนเจาะแต่เฉพาะหน้าบ่อยเกินไป เราอยากเห็นอย่างอื่นบ้างนอกจากหน้า เนื้อเรื่องหรือก็โอเคนะ ดูเพลินๆ ไม่หนักเท่าไหร่หรอก แค่เราไม่ค่อยเข้าใจเท่านั้นเอง 555 เราก้เลยอยากให้คะแนนซัก 7.2/10 ก็น่าจะพอนะ ให้ซื้อเก็บคงขอคิดดูก่อนอ่ะ
Renji Ishibashi
อีกทอดหนึ่ง คือสุดยอดนักต้มตุ๋นในประวัติศาสตร์ คุโรซากิ หรือนกกระสาดำนั่นเองLabels: Asian Movie, Thriller
วันนี้ วางแผนไว้ว่าจะไปดูหนังสองเรื่องที่เมเจอร์รัชโยธิน เรื่องแรกคือ Get Smart อีกเรื่องคือ Kurosaki เราเลือกเรื่องนี้ก่อน เพราะจะได้ดูอีกเรื่องต่อได้โดยไม่กลับบ้านเย็นเกินไป
องค์กรอาชญากรรมที่รู้จักกันในชื่อ เคออสเมื่อคอนโทรล สำนักงานใหญ่ของสายลับสหรัฐฯ ถูกโจมตีและเหล่าสายลับตกอยู่ในอันตราย หัวหน้า (อลัน อาร์คิน) ไม่มีทางเลือกและต้องเลื่อนตำแหน่งให้กับนักวิเคราะห์ผู้กระตือรือล้น แม็กซ์เวล สมาร์ท ซึ่งฝันมาตลอดถึงการทำงานภาคสนามร่วมกับสายลับ 23 ผู้บึกบึนซึ่งเป็นซูเปอร์สตาร์ (ดเวย์น “เดอะ ร็อค” จอห์นสัน) สมาร์ทกลับกลายเป็นคู่หูของสายลับ 99
ผู้น่ารักแต่โหด (แอน แฮทธาเวย์) ที่เป็นคนเดียวซึ่งยังไม่ถูกเปิดเผยเอกลักษณ์ เมื่อสมาร์ทและสายลับ 99 คืบเข้าไปใกล้แผนการณ์ของเคออส และสนิทสนมกันมากขึ้น พวกเขาได้พบว่าตัวการสำคัญอย่างซิกฟรีด (เทเรนส์ สแตมป์) และลูกน้องคู่ใจ ชตาร์เกอร์ (เคนเนธ เดวิเชียน) มีแผนที่จะแสวงประโยชน์จากเครือข่ายก่อการร้าย ด้วยประสบการณ์ภาคสนามอันน้อยนิดและ
เวลาที่น้อยยิ่งไปกว่า สมาร์ทไร้ซึ่งอาวุธและมีเพียงอุปกรณ์สายลับเล็กๆ น้อยๆ กับศรัทธาที่ควบคุมไม่อยู่ที่ จะต้องเอาชนะเคออสให้ได้เพื่อกอบกู้โลก
Labels: Anne Hathaway, Comedy Action, International Movie, Steve Carell
เราเลือกไปดูที่ ซีคอน EGV เพราะตั๋วฟรีใกล้หมดอายุแล้ว ต้องบริหารดีดี 5555 คนดูเยอะมาก แต่ไม่รู้มาดูเรื่องอะไรกัน เราเดาว่าน่าจะเป็น รักสามเศร้า (ที่เราเคยดู แล้วบอกว่าห่วยแตก ) เพราะสังเกตดูเป็นคนหนุ่มๆสาวๆเป็นส่วนใหญ่ เอ หรือว่า จะมาดู แพนด้า เพราะโคตรน่ารัก ก็ไม่รู้ ไม่ได้เดินเข้าไปถามซะด้วย
ทั่วไป คือ เอามุขมาเรียงต่อๆกันไปทั้งเรื่อง แต่เรื่องนี้ยังดีหน่อย มีเนื้อเรื่องนิดหน่อยให้พอลุ้น ว่านางเอกกับพระเอกจะลงเอยกันยังไง แหมก็น่าลุ้นอยู่หรอกนะ นางเอกสวยขนาดนั้นแถมเป็นทอมอีกต่างหาก
นึ่ขนาดลงทุนเอาวิกหัวฟูมาสวมแล้ว ยังไม่สามารภทำให้เราเกิดจินตนาการเป็นไอ้ฟูในหนังสักเท่าไหร่เลย น่าจะเป็นบุคลิกตัวเองอีกนิด เวลาเปลี่ยนบทบาท ไม่งั้น คนดูจะติดกับภาพของลิงค์ในบ้านนี้มีรักไปตลอด
เอาหมามาแสดงกับคนแบบพูดได้ด้วย นอกนั้นก็ดาดๆ คะแนนที่ให้ๆเพราะทำให้เราบรรลุวัตถุประสงค์ในการมาดูหนังตลก เท่านั้นจริงๆ
ไม่เคยรักใคร ใบหม่อนและบุ้งมักจะไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเหมือนดั่ง “คู่ซี้ปาท่องโก๋” และมีเพื่อนร่วมแก็งค์อีก 4 คน คือ “พี่โข่ง”(เฉลิมศักดิ์ แย้มขะมัง),“กังฟู”(ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์),“ไอ้แว่น”(สิทธิพล วิศาลาภรณ์) และ “ปารีส”(ณรงค์ ชัยนาม) ว่ากันว่าถ้าแก๊งค์นี้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเมื่อไหร่มักมีเรื่องสนุก ๆ ชวนปวดหัวอยู่เสมอ โดยเฉพาะความป็อบปูล่าที่สุดในกลุ่มของใบหม่อนที่มักจะนำปัญหาเรื่องผู้หญิงมาให้บุ้งช่วยเหลืออยู่เป็นประจำ นอกจากนี้ใบหม่อนก็ยังมี “น้าอสุนี”(เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา) น้าชายอารมณ์ศิลป์ที่คอยทำทุกวิถีทางที่จะให้ใบหม่อนเลิกเป็น “ทอม”
เรียนมาถึง ชมรมเด็กฟิล์มได้รับสมาชิกใหม่เข้ามาซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “ต้นข้าว”(บุศริน มโหทาน) รุ่นน้องเฟรชชี่ปี 1 ที่มีดีกรีเป็นถึงดาวคณะศิลปกรรม ด้วยความสวยหวานน่ารัก ทำให้บุ้งประทับใจต้นข้าวตั้งแต่แรกเห็น บุ้งจึงขอร้องให้เพื่อนซี้อย่างใบหม่อนช่วยให้เขาได้ใกล้ชิดกับต้นข้าว ในขณะที่ใบหม่อนเองก็กำลังอกหักและผิดหวังจาก “น้ำตาล”(สกาว เอื้อวิวัฒน์สกุล) แฟนสาวที่ทนพฤติกรรมรัก ๆ เล่น ๆ ของใบหม่อนไม่ไหวอีกต่อไป
หาคำตอบให้กับความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อเพื่อนสนิทได้
around with. The most popular member of the group is BaiMhon. She always comes up with girl troubles and uses Boong as her mentor.
(Skaw Auewiwatsakul) who can’t stand BaiMhon playful act, Boong’s and TonKauw’s relationship grows. Boong distances from BaiMhon and starts to spend more time with his girlfriend. At the same time BaiMhon can resist questioning her feeling for Boong Labels: Comedy, Thai Movie
ศพของพีคอ่ะ อ้าว ทำไมตายล่ะ เออก็ดี ตายซะ เรื่องจะได้ลงตัว ไม่งั้นก็ไม่รู้ว่าจะจบยังไง ไม่สมหวัง ไม่ชอบ 5555 เรื่องก็เล่าย้อนกลับไปในอดีต ว่า สามคนนร้เป็นเพื่อนซี้กัน แต่ ยายผมสั้นแอบรักพระเอก อันนี้ ทายถูก พระเอก ชอบ พีค อันนี้ก็ทายถูก แต่ พีค กลับไม่ใช่ดี้แฮะ มีแฟนอยู่แล้ว แต่เลิกกันเลยหันมามีใจให้พระเอกแทน กลายเป็นว่าพระเอก มีคนมารุมรัก อย่างนี้ ดูเหมือนคู่นี้สมหวัง เพราะต่างก็รักกัน คนผมสั้นเลยผิดหวังคนเดียว แถมกลางเรื่องโดนปล้ำอีก สุดท้ายนางเอกเป็นโรคอะไรก็ไม่ได้บอกในเรื่อง ก็ตาย เรื่องก็เลยเอวังว่า พระเอกก็หันมารักคนผมสั้นแทน เนื้อเรื่องดูแปลกๆไม่สมเหตุสมผลยังไงก็ไม่รู้ เรางงว่า ทำไมหลังจากถูกปล้ำ นางเอกผมสั้น ทำไมไม่โวยวาย พ่อแม่ก็ใจกว้างเหลือเกิน ไม่เอาเรื่องเอาราว เลยตามเลยกันไป เออ แปลกดี
เลย ไม่สวยเลย หน้าตาธรรมดามากๆ ทำผมทรงเด๋อมาก ดูตลก คนที่สวยจริงๆกลับเป็น น้องกระเต็น ( ไม่รู้ชื่ออะไร แต่หน้าเหมือนน้องกระเต็นที่อ่านข่าวช่องสามมากๆ ) คนนี้สวยจริง ไม่ต้องใช้ทรงผมช่วย หน้าหวานคม สวยสุดๆ พีค ชิดซ้ายไปเลย ความชอบที่เคยมีหายไปหมดเลย แถมตอนก่อนตาย แต่งหน้าซะเข้มเชียว เลยดูไม่เหมือนคนไม่สบาย คนดูแทนที่จะสงสารเลย สงสารไม่ออก เพราะหน้าน้องพีค ไม่น่าสงสารเล๊ย
คือมันเกินไปนิดนึง
ของชีวิต คงจะดีกว่านี้ ถ้าความรักของพวกเขาจะมีสองคนที่มีความสุข และใครสักคนเป็นคนที่ต้องเศร้าแค่เพียงคนเดียว
ไปอยู่กับแม่ที่เชียงรายเพื่อเข้ามาอยู่ดูแลฟ้าในช่วงชีวิตสุดท้าย และช่วงเวลาที่อยู่เหลือน้อยนิดนั้น ฟ้าถึงรู้ว่ารักแท้ที่เธอต้องการนั้นอยู่เคียงข้างเธอตลอดสี่ปีที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยเพียงแต่เธอไม่เคยสังเกตเห็น ในช่วงเวลาที่เหลือนั้นเองที่ฟ้ายอมเปลี่ยนความสัมพันธ์กับพายุจากเพื่อนมาเป็นคนรัก
ขอให้มันมีค่าพอที่จะเปลี่ยนใจฟ้าให้หวนกลับมารักพายุได้อีกครั้ง
Everyone finds out that Fah is sick from incurable disease or in other words she’s dying. While Fah is in and out of the hospital, her fiancée runs off with another girl. Depressing and heartbroken, Fah stops the treatment and lets the illness eating her alive. At the same moment, Payu decides to postpone his trip back home to have his private time with Fah. Fah realizes that her true love is right by her side the whole time. With only little time, Fah falls in love with Payu..jpg)
.jpg)
Labels: Drama, Thai Movie, ยุทธเลิศ สิปปภาค

มาลำบากไปนิดนึง ถ้าเทียบกับที่อื่นๆแล้ว ที่รามนี้ เป็น Stand alone นะ ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อเสียคือ เมื่อเทียบกับคู่แข่งแล้ว มาที่นี่ก็คือต้องมาดูหนังจริงๆไม่มีอะไรให้เดินค่าเวลาเลย ร้านที่มีก็เป็นร้านเล็กๆ ถ้าอยากมาดูหนังอย่างเดียว ขอแนะนำ รับรองว่าดูสบายมากๆ
ต่อจากตอนแรก แต่คนที่ไม่เคยดุตอนแรกมาก่อนก็ดูได้ เพราะว่า หนังมีอินโทรที่เล่าเรื่องย่อจากภาคแรกให้ดู ดูแล้วต่อติดทันที แบบนี้ ด๊เพราะเหมือนติวเราก่อนดูอีกหนหนึ่งด้วย เราจะได้ดูต่อติดแบบราบรื่น ภาคนี้ พระเอกหนีหัวซุกหัวซุนไปอยู่บราซิล รู้ตัวดีว่าโมโหเมื่อไหร่ กลายร่างเมื่อนั้น และนั่นคือ โลกแตกแหงๆ พรเอกเลยพยายามสุดชีวิตในการฝึกควบคุมความโกรธของตัวเอง แล้วก็ทำได้ดีซะด้วย เพราะจนแล้วจนรอดก็สามารถเอาชนะอารมณืตัวเองได้ จนกระทั่งเจอกลุ่มขี้หลี ไปหลีคนสวยในโรงงานน้ำหวานเข้าเลยตะบะแตก อาละวาดซะผู้ร้ายขี้หลีตายเรียบ ไปๆมาๆ พ่อนางเอกที่ไม่น่าจะเรียกว่าคนเลวเท่าไหร่ แต่ว่า เป็นคนใจดำไปหน่อย ต้องส่งตัวร้ายมาตามล่าพระเอก ( ผู้ร้ายคนนี้ หน้าตามัน กวนทีน มากๆ ชอบอก ) จะสู้ได้เรอะ พระเอกเราเก่งขนาดนั้น มันเลยไปฉีดยามา กลายเป็นสัตว์ประหลาดแรงเยอะกว่าพระเอกอีก ตอนนี้สู้กัน คนดูเชียร์พระเอกกันจนลืมหายใจ สุดท้ายพระเอกของเราก็ต้องชนะไปตามระเบียบ
อะไรก็ไม่รู้ เราว่าใครดูแล้วไม่สงสาร ต้องไปให้หมอเอ็กซเรย์หัวใจแล้วล่ะ ว่าเป็นหินหรือเปล่า 5555
นักวิทยาศาสตร์หนุ่ม บรูซ แบนเนอร์ (เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน) ออกตามล่าหาวิธีรักษาผลพวงของการได้รับรังสีแกมม่า ที่ส่งผลเป็นพิษต่อเซลล์เนื้อเยื่อของเขา และไปปลดปล่อยพลังโกรธที่ควบคุมไม่ได้ภายในตัวเขา ซึ่งทำให้เขากลายร่างเป็นมนุษย์ตัวเขียวจอมพลัง หรือฮัล์ค แบนเนอร์ใช้ชีวิตอยู่ในเงามืด โดยตัดขาดตัวเองจากชีวิตปกติและผู้หญิงที่เขารัก ซึ่งก็คือ ดร.เอลิซาเบธ “เบ็ตตี้” รอสส์ (ลิฟ ไทเลอร์) แบนเนอร์ใช้ชีวิตราวกับนักโทษหลบหนี ทั้งนี้เพื่อหลีกหนีให้พ้นจากการตามล่าอย่างไม่ลดละของศัตรูตัวร้ายของเขา นายพลแธ็ดเดียส “ธันเดอร์บอลท์” รอสส์ (วิลเลี่ยม เฮิร์ต) เขารู้ดีว่าทางกองทัพที่ต้องการจับตัวเขาและต้องการศึกษาพลังของเขา กำลังไล่ตามหลังเขามาติดๆ
ที่นำไปสู่จุดกำเนิดของมนุษย์ตัวเขียวจอมพลัง พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับคู่ปรับรายใหม่ที่สุดร้ายกาจที่รู้จักกันในชื่ออะบอมิเนชั่น มนุษย์ยักษ์ที่พลังในการทำลายล้างมหาศาลนั้นมีมากเกินหน้าแม้แต่ฮัลค์เอง นั่นก็คือมนุษย์ยักษ์จอมพลังฝ่ายวายร้ายอย่างอะบอนิเมชั่น(ทิม ร็อธ)หรือเอมิล บลอนสกี้ ทหารเหล็กที่ต้องการอำนาจ ผู้ยอมเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นอะบอนิเมชั่น
Official Site : http://incrediblehulk.marvel.com/
Banner struggles to avoid the obsessive pursuit of his nemesis, General Thunderbolt Ross (William Hurt), and the military machinery that seeks to capture him and brutally exploit his power.Labels: Edward Norton, International Movie, Liv Tyler, Sci-fi Action
นาน Summer Palace จะฉายที่โรงหนังเฮ้าส์ อาร์ซีเอ.jpg)
มาเขียนเป็นพล็อตหนัง โดยเล่าขนานไปกับเหตุการณ์ทางการเมืองของจีน นั่นก็คือ การประท้วงของนักศึกษาที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน.jpg)
all around them, their fellow students begin to demonstrate, demanding democracy and freedom. Protests collapse, and Yu and Zhou lose each other amidst the social chaos and panicked crowds. Zhou Wei is sent to a summer military camp, and on his release moves to Berlin, fleeing both his country and memories of Yu. She finds a job, a lover, but can not forget Zhou. In Germany, social unrest is mounting: calls for freedom, demonstrations for democracy. A familiar story for Zhou. Weary, still haunted by Yu, he returns to China as the Berlin Wall crashes down. He finds her at last, in a small town. From evening to dawn, their future stretches before them, two changed souls in a changed world.Labels: Asian Movie, Romance
การคัดเลือก นักรบมังกร ด้วยความบังเอิญ ไปๆมาๆเลยต้องฝึกกังฟูจนเก่ง และปราบผู้ร้ายได้ในที่สุด ถ้าวิเคราะห์เนื้อเรื่องแค่นี้ ก็คงไม่มีอะไร แต่จริงๆแล้ว ที่เด่น น่าจะอยู่ที่วิธีการนำเสนอข้อคิดดีดี ผ่านตัวละครมากกว่า ชอบตอนที่ตัวอาจารย์เต่า คุยกับอาจารย์อะไรนะที่ตัวเล็กๆอีกตัวจำชื่อไม่ได้แล้ว เป็นปรัชญาดีทีเดียวเกี่ยวกับเรื่องของ กฎแห่งกรรม ก่อนที่อาจารย์เต่าจะหายลับไป เราดูฉากนี้จบเราก็บอกกับตัวเองว่า สงสัยต้องหาเวลามานั่งสมาธิ ซะแล้ว 5555
วิทยายุทธกังฟูสักเท่าไหร่ ก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าแพนด้าน่ะขี้เกียจขนาดไหน ขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์ที่ขี้เกียจที่สุดในโลกจีนโบราณเลยก็ว่าได้ ซึ่งนั่นก็กลายเป็นปัญหาใหญ่เมื่อศัตรูบุกประชิดตัว แล้วความหวังหนึ่งเดียวที่จะรับมือกับศัตรูได้ดันชื่อ โพ เหล่าปรมาจารย์ชั้นเซียนจึงจำใจต้องปากเปียกปากแฉะฝึกสอนกระบวนท่าทำให้กลายเป็นสุดยอดนักสู้กังฟูผู้เลิศล้ำวรยุทธ ก่อนจะสายเกินการณ์
Furious Five legends Tigress (Jolie), Crane (David Cross ), Mantis (Seth Rogen), Viper (Lucy Liu), Monkey (Chan), and their wise sensei, Master Shifu (Hoffman), all draw on their vast knowledge of fighting skills in order to transform a lumbering panda bear into a lethal fighting machine. Now, if the noble Po can master the martial arts and somehow transform his greatest weaknesses into his greatest strengths, he will fulfill his destiny as the hero who saved his people during their darkest hour. ~ Jason Buchanan, All Movie Guide

สนิทสนมกัน น้อยกลับเป็นฝ่ายถอยห่าง และหลบหน้าเขาไป สอนค้นหารากเหง้าความเป็นคนลาวในตัวเอง และต้องหาทางพิสูจน์ให้น้อยเชื่อว่า เขาไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวที่มาสร้างความรักเพียงชั่วคราว แล้วทิ้งเธอไปที่อื่น

Labels: Romance, Thai Movie, อนันดา
แค่นั้นเอง เอาน่ะ เศรษฐกิจแบบนี้ ประหยัดได้นิดหน่อยก็เอาแล้ว
พระราม9 อีก 15 บาท แพงกว่าเดิมอีก แต่ก็ยังดีน่ะ ไม่ต้องตากแดด เราออกจากสถานีพระราม9 ก็เจอสาย 206 พอดีเลย ( น่าจะเป็นคันเดียวกับที่เรากำลังจะขึ้นที่ อโศกนะ เราว่า ) เราขึ้นไปทันที โชคดีอีกแล้ว มีคนลงพอดี เราก็มีที่นั่งปุ๊บเลย
เป็นวันโลกาวินาศ แน่ๆ ขึ้นรถก็รถติด จะประหยัดค่ารถก็ต้องเสีย สามต่อ อากาศก็ร้อนโคตรๆ หัวหูเราก็ยุ่งซะ หนอยจะดูหนังซะหน่อย โรงก็เสียอีก ฯลฯ เชื่อมั๊ย ตอนนี้เราปวดหัวมากๆ เหมือนหัวจะระเบิด แต่เราไม่กินยาหรอก เพราะเรียนมา อาจารย์สั่งว่า ให้กินยาน้อยๆ (รู้มากกก็งี้แหละ )
อย่างนี้วะ รู้งี้เปลี่ยนมากินเจ้านี้ตั้งนานแล้ว อร่อยมั่กๆ เราชอบข้าวเค้านะ เป็นข้าวเสาไห้เก่า ไม่มียางเลย ร่วนดีจัง ปลาดุกก็อร่อย แต่ไอ้เจ้าไข่ยัดไส้นี่สิ เค็มไปหน่อย แล้วความรู้สึกเราที่ว่าแพงก็ยังไม่เปลี่ยนนะ ขอยืนยันอีกครั้งว่า แพง แต่ยังไงซะ วันหลังเราจะมากินอีก แต่ไม่สั่งไข่ยัดไส้แล้ว 55555
เสียอย่างเดียว หน้าตาไม่ถูกชะตาเราเลย บอกไม่ถูก ( แต่ยังไงพี่แกก็เล่นดีอ่ะนะ ไม่เกี่ยวกับเราชอบไม่ชอบหรอก ) ดาราอีกสองคนที่เป็นพระเอกกะนางเอก เราไม่แน่ใจว่าเคยเห็นแสดงเรื่องอะไรหรือเปล่า รู้แต่ว่า นางเอก สวยมากๆ พระเอกก็หน้าตาดี ( เหมือนน้ำ รพีพัฒน์ บวก แซม ยุรนันท์ ตอนหนุ่มๆ ) ก็หล่ออ่ะนะ แต่แพ้เรานิดหน่อย ( อ๊วก 5555 ) หนังมันพูดถึงกลุ่มเด็กอัจฉริยะ ที่ดันมาเจอกับอาจารย์เจ้าเล่ห์ เลยรวมตัวกันไปโกงไพ่เจ้ามือที่ลาสเวกัส จนรวยเละ สุดท้ายถูกจับได้ เจ้าพระเอก เลยหมดอนาคตเลย แต่สุดท้ายด้วยความอัจฉริยะ เลยสามารถแก้เกมส์ชีวิตที่เกิดขึ้นจนกลับมามีชีวิตที่มีความสุขอีกครั้ง
เราก็ให้สอบผ่านนะ เพราะไม่ได้แสดงอารมณ์อะไรมากมาย นางเอกสิ เล่นเก่งกว่านิดนึง ตัวประกอบคนอื่นๆ ก็เล่นปานกลาง เพราะอย่างที่บอกว่า เรื่องนี้ ไม่มีฉากแสดงอารมณ์อะไรซักเท่าไหร่ มีแต่ตอนเล่นไพ่ซะเยอะ แต่ตัวประกอบอื่นๆ ที่เราไม่ได้พูดถึง อย่างเจ้ามืดที่คุมบ่อนนี่อ่ะเล่นดีตัวจริง รองจาก เควิน สเปซี่เลยแหละ ถ้าไม่มีตัวนี้ เรื่องก็จะไม่หนุกเลยเด็ดขาด
ด้วยการนับไพ่และใช้ระบบการส่งสัญญาณที่ซับซ้อน พวกเขาสามารถกอบโกยเงินจากคาสิโนได้อื้อซ่า ด้วยแรงยั่วยวนจากเงิน วิถีชีวิตแบบเวกัสและจิล เทย์เลอร์ (เคท บอสเวิร์ธ) เพื่อนร่วมทีมที่ฉลาดและเซ็กซีของเขา เบนก็เริ่มจะเดินก้าวข้ามขอบเขต แม้ว่าการนับไพ่จะไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย แต่มันก็มีความเสี่ยงสูงและความท้าทายก็ไม่ใช่เพียงแค่การนับไพ่ให้ถูกเท่านั้น แต่ยังเป็นการเอาชนะโคล วิลเลียมส์ (ลอว์เรนซ์ ฟิชเบิร์น) ผู้คุมบ่อนที่น่าสะพรึงกลัว ในเกมชิงไหวชิงพริบด้วย
true story of the very brightest young minds in the country -- and how they took Vegas for millions.Labels: International Movie, Kevin Spacey, Thriller
เวลาหนัง ของ M Night มักจะเกิดอาการงงๆ เนื้อเรื่องหลุดโลก ไม่ใช่ว่า ไม่เข้าใจคำว่า จิตนาการ แต่มันเลยไปนิดนึง ตั้งแต่เรื่องที่แล้วละ อะไรนะ Lady in the water หรือเปล่า จำชื่อไม่ได้ นั่นก็นิทานปรำปราจ๋าเลย มาเรื่องนี้ ต้นไม้ฆ่าคน เฮ้อ ดูไปก้ นะ.jpg)
(มาร์ค วอห์ลเบิร์ก) แล้ว ก็ทำได้เพียงต้องหาทางหนีรอดจากปรากฏการณ์ลึกลับและร้ายแรงถึงชีวิตนี้ไปให้ได้ แม้ว่าอัลม่า (ซูอี้ เดสชาเนล ) ผู้เป็นภรรยาและเขากำลังอยู่ในช่วงชีวิตสมรสลุ่ม ๆ ดอน ๆ แต่ทั้งคู่ก็ร่วมลงเรือลำเดียวกันอย่างเหนียวแน่น เริ่มจากหนีหัวซุกหัวซุนกันทางรถไฟก่อนแล้วขับรถลุยกันต่อ โดยมีจูเลี่ยน (จอห์น ลากิซาโม่) ครูวิชาคณิตศาสตร์ที่สอนอยู่โรงเรียนเดียวกันกับเอลเลียต และเจส (แอชลิน ซานเชส) ลูกสาววัย 8 ขวบของจูเลี่ยน ทั้งคณะมุ่งหน้าไปยังดินแดนปศุสัตว์ในเพนซิลเวเนีย ด้วยความหวังว่า คงรอดพ้นจากการจู่โจมที่น่าขนพองสยองเกล้า และแผ่กระจายเป็นวงกว้างออกไปไม่หยุดยั้ง แต่แล้วมันก็ปรากฏชัดเลยว่า ไม่มีใครหรือที่แห่งใด จะอยู่รอดปลอดภัยได้ ฆาตกรสยองและมองไม่เห็นตัวนี่ช่างร้ายกาจชนิดไม่อาจมีใครโค้นลงได้ จนกระทั่งเอลเลียตเริ่มเข้าใจสันดานดิบอันเป็นแก่นแท้ของอันตรายที่กำลังจะ เข้ามาถึงตัว แล้วก็ยังล่วงรู้ไปถึงสิ่งที่ปลดปล่อยให้พลังอำนาจที่คุกคามอนาคตของ มนุษยชาติ และก็ยังค้นพบความหวังอันริบหรี่ที่อาจจะช่วยให้ ครอบครัวที่ใกล้จะบ้านแตกสาแหรกขาดของเขา รอดจากวิบัติการณ์สยองโลกครั้งนี้ไปได้.jpg)
everyone else. At a diner they see a newscast that suggests the suicides are not caused by a terrorist attack, but by a natural phenomena. The friend leaves Jess with Elliot and Alma to go and look for his wife in Princeton (when he gets there it is infected, and, after the driver of the car he is in crashes deliberately into a tree the friend slashes his wrists with glass and dies).Elliot and Alma decide, along with everybody else, to flee for the state line, as the attacks seem only to be affecting the northeast of the US. A nice couple who run a plant nursery offer to take them in their car. The man suggests to Elliot and Alma that the toxin is produced by plants. He explains the way plants can communicate with other plants, and the way they can release chemicals to get rid of specific pests.While trying to reach the state line they see bodies ahead in the road. Turning back they meet many other cars, all converging on a country road junction; all report bodies back the way they have each come. They abandon the cars and strike out on foot, heading for a small remote housing development one man knows about. It's new and not on any maps, so they hope it will be safe from the terrorists.While walking across the fields they form into two groups. The smaller group (10-12 people), with Elliot, Alma and Jess is in front . The larger(20-25 people), including a soldier, is behind them by 3 or 4 minutes. This larger group gets affected, and Elliot's group hears the gunshots as one by one they use the soldier's gun to kill themselves. Elliot starts to believe that it is indeed the plants, and that the toxin is triggered by large groups of people. He yells at everyone to split up.Elliot, Alma, Jess and two teenagers find a showhome for a new development. As they leave they look back, and see two small groups of people arrive at the showhome, forming one larger group (12-15 people approx). That many people trigger the toxin, who stand around confusedly, except for one man who lies down in front of a large commercial lawnmower (we assumed the camera would cut away, but it doesn't!).Our five people all end up on the front porch of a boarded-up house, asking for food. The inhabitants of the house refuse and shoot the two teenagers dead.Elliot, Alma and Jess move on till they find an old house with no power which they think is abandoned. A spooky old lady lives there, who chooses to remain out of contact with the whole world. She doesn't want to know about the event in the outside world, however she gives them supper and a bed for the night. In the morning she tells Elliot they have to go
(she seems completely bonkers). She then goes outside and is affected by the toxin. Elliot runs through the house trying to find Alma and Jess. They are outside in a spring house; he is stuck in the main house; however he can talk to them through a speaking tube. He explains that the toxin now seems to be set off by even one person alone.Elliot decides that if he is going to die he doesn't want to die alone. They all leave their safe hiding places and walk into the middle of the garden and hold hands. The wind blows. Nothing happens. Woot.Three months later and they are all living back in Philly. Jess is off to school by bus. Alma is doing a pregnancy test; it's positive. On the TV is a scientist warning that the event was like a red tide; the first sign that the planet is rejecting humans as pests. The host says that if that were true it would be happening in other places.Cut to a park in Paris. Two guys are walking discussing plans for after work that evening. Cue distant scream; one guy starts to repeat his words; other guy says (in French) "Oh my God".Labels: International Movie, M. Night Shymalan, Mark Wahlberg, Sci-Fi horror
ก็มันส์ มีลุ้นตลอดเวลา มันส์โคตรๆ ไม่ค่อยได้ดูพี่แกเล่น action ซักเท่าไหร่ หรือดูแล้วจำไม่ได้ก็ไม่รู้ เอาเป็นว่า ใครที่ชอบดูแนวยิงกระหน่ำ ต้องเรื่องนี้เลย ดูแล้วทำให้นึกถึงหนังเรื่อง shoot’m up เรื่องนั้นก็โคตรมันส์ ชอบมากๆ ผู้ร้ายที่เล่น ก็ช่างไปสรรหามา หน้าตากวนทีน ( อีกแล้ว รู้สึกหาผู้ร้ายมาแต่ละคน หน้าตาน่าหมั่นไส้ได้ใจเหลือเกินนะพี่ ) เห็นหน้ามันแล้วอยากวิ่งเข้าไปในจอแล้วยิงด้วยตัวเองเลย พับผ่า 5555 ไม่รู้ว่าใครจะยิงใคร 5555
เนื้อเรื่องย่อ : จาก http://justjear.exteen.com
ซื้อเครื่องดื่ม เป็นจังหวะเดียวกันกับที่คนร้ายสวมหน้ากากสกีพร้อมอาวุธครบมือบุกเข้าปล้น ร้านค้าแห่งนั้น แต่มันไม่ใช่การปล้นร้านสะดวกรายอื่น ๆ หากเป็นขั้นตอนสำคัญในการก้าวขึ้นเป็นใหญ่ของโจ ดาร์ลีย์ (แม็ทธิว โอเลียรี) น้องชายของบิลลี่ ดาร์ลีย์ (การ์เร็ตต์ เฮ็ดลันด์) หัวหน้าแก๊งอันธพาลจอมโหด หลังจากข่มขู่และฆ่าพนักงานของร้านแล้ว พวกมันก็หันมาเล่นงานเบรนแดน
และวอลลิส (ไอชา ไทเลอร์) ตำรวจหญิงเจ้าของคดีรับปากว่า เธอจะหาทางเอาผิดโจให้จนได้ แต่โจก็กลับไปใช้ชีวิตอิสระบนท้องถนนอีกครั้ง ด้วยความเศร้าและความต้องการเรียกร้องความยุติธรรมให้กับลูกชายคนโต นิคจึงบันดาลโทสะออกตามล่าโจ และลงมือปิดบัญชีแค้นด้วยตัวเอง ในขณะที่สับสนทำอะไรไม่ถูกอยู่นั้น นิคก็ตัดสินใจกลับมายังบ้านอันแสนสุขที่มีภรรยาสุดที่รัก และลูกชายคนเล็ก พร้อมด้วยการงานที่มั่นคงรออยู่นั่นเอง.jpg)
Labels: Action, International Movie, Kavin Bacon
ตอนที่ได้รับตั๋วฟรีมา เห็นรูปเล็กๆที่อยู่บนบัตร มองไม่ออกว่าเป็นรูปใครบ้าง รู้แต่ว่ามีดาราในรูปสามคน เพราะรูปเล็กมากๆ มารู้อีกทีตอนที่มีโฆษณาในโรง ทำให้รู้ตัวทันทีเลยว่า มี นาตาลี พอร์ทแมน สการ์เล็ต โจฮันสัน และ อีริค บานา แถมยังแต่งตัวแบบโบราณย้อนยุคอีก บอกตัวเองตอนนั้นว่า เฮ้ย นี่มัน แอนโบลีน ที่เราเคยอ่านมาตอนเด็กๆนี่ เป็นเรื่องจริงแนวอิงประวัติศาสตร์ ตอนนั้น จำได้ว่า คนที่เขียน เขียนไปพูดไปว่า สนุกอย่างโน้นอย่างนี้ เราตอนอ่านเราก็ว่า สนุก รู้สึกว่าเคยมีคนเอามาสร้างเป็นหนังแล้วนะ ไม่รู้ว่า เรื่องนี้ ผู้กำกับจะพยายามนำเสนออะไร แบบนี้ น่าดูว่ะ ไม่ดูไม่ได้แล้ว
แทบจะต้องเอาชีวิตเข้าแลก 5555 ) ฟรี 300 บาท เราจะต้องคำนวณให้พอดีๆ จะได้ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม เราสั่งไปเต็มโต๊ะเลยแหละ พอดี โชคดี เป็นคนบวกเลขเร็ว พอกวาดสายตาไปที่เมนู สมองเราก็คำนวณตัวเลขทั้งหมด เบ็ดเสร็จได้ 299 พอดี แหมเสียดาย ไม่มีอะไรที่ราคา 1 บาท ไม่งั้นนะ เราสั่งไปแล้ว 55555
อ้อ บางตัวนะ ไม่ใช่ทุกตัว) ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ทั้งๆที่เป็นพี่น้องกับเครือเมเจอร์แท้ๆ กลิ่นก็ยังแรง ไม่รู้บริหารแตกต่างกันยังไง งง
แล้วเราชอบมาตั้งนานแล้ว ยกเว้นตอนเล่น สตาร์วอร์ ที่เรารู้จักเธอเรื่องแรก เรารับไม่ได้เลย แต่งตัวเหมือนคนบ้า ถึงแม้จะบอกว่า แต่งตัวแนวอวกาศก็เหอะ เหมือนนุ่งกิโมโนแล้วใส่ชฎา ไม่บ้าแล้วจะเรียกว่าอะไรล่ะ แต่จากนั้นมาก็ตามดูไปเรื่อยๆ ที่ชอบสุดๆดูเหมือนจะเรื่อง Alfe รึเปล่า ไม่รู้สะกดถูกหรือเปล่า ที่เล่นเป็นนางระบำเปลื้องผ้า โอ้โฮ เล่นดีจริงๆ นึกว่า เป็นอาชีพเสริมซะอีก 5555 แสดงว่า ต้องมีการไปฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ถึงเต้นได้ขนาดนั้น
พองๆ ความสวยเลยหายไปเกือบหมด แถมไม่แต่งหน้าอีก เลยดูเหมือนคนอมโรค แต่ฝีมือการแสดงก็จัดได้ว่า โอเค เราว่าที่เธอไม่ได้ปล่อยอารมณ์มากเท่าไหร่เพราะบทที่เธอได้รับ แสดงเป็นผู้หญิงเรียบร้อย เก็บกด มากกว่า พอมาเปรียบกับ นาตาลี ที่บทส่งให้ปล่อยเต็มที่เลยดูเหมือนกับว่า นาตาลีเด่นกว่าเยอะเลย
โดยไม่หล่น ประดับด้วยขนสัตว์ และอัญมณี เว่อสุดๆ แต่เราเชื่อนะว่า สมัยก่อนเค้าแต่งอย่างนี้จริงๆ ยกเว้นเรื่องเสริมไหล่ ที่เราว่า เกินเหตุ 5555
ก็น่าจะให้เค้าได้ซัก 9/10 นะ
novel of the same name, director Justin Chadwick's atmospheric period drama follows the fierce competition between sisters Mary (Scarlett Johansson) and Anne Boleyn (Natalie Portman) to win the affections of Tudor king Henry VIII (Eric Bana). Anne and Mary Boleyn are under pressure from their father and uncle to help maintain the family's rich legacy and ensure their further prosperity by winning the affections of none other than the king of England (Eric Bana). But life in the royal court is far different than it was in the countryside where these two sisters were raised, and before long their bid to earn the love of the king has transformed
two once-happy sisters into bitter rivals. At first, it appears that Mary has triumphed in winning the king's favor by becoming his mistress and bearing him an illegitimate child. Despite her early success, however, Mary has underestimated just how clever and cunning her sibling can truly be. Not only does the relentless Anne manage to edge aside her sister in the eyes of King Henry, but she also succeeds in averting his gaze from his wife, Queen Catherine of Aragon, as well. Mary is driven by genuine affection for King Henry, while her sister Anne has only kept up the charade in a desperate bid to become the queen of England. Now, the growing chasm between two sisters is mirrored on a larger scale as England becomes divided more than ever before.
As the consequences of their actions threaten to alter the course of an entire nation, these two sisters will ultimately discover that the only place they will find true strength and loyalty is in family, and that no matter what the consequences they will forever be bound by blood. ~ Jason Buchanan, All Movie GuideLabels: Eric Bana, Historical Drama, International Movie, Natalie Portman, Scarlett Johansson
ด้วยก็ได้ 5555 เพราะในเมืองไทย ถ้าจะมีกล้าขนาดนี้ ก็น่าจะมีคุณคนนี้แหละ ที่น่าจะกล้าพอ
ออสการ์หมาดๆ เจนนิเฟอร์ ฮัดสัน มาร่วมแสดงเป็นตัวละครใหม่ในบทของเลขาของแครี่ อีกด้วย ในเรื่องของเรื่องย่อและบทภาพยนตร์ ซึ่งตอนนี้ยังคงเป็นความลับสุดยอด แต่เร็วๆนี้ น่าจะได้ทราบพล็อตเรื่องเต็มๆ แน่นอน
etoed, they are shown, by chance, the penthouse in the building they are particularly interested in. Carrie falls in love with it immediately, except for the small in-built wardrobe. Big decides to buy it for them on the spot, promising Carrie he will build a better closet.* Samantha returns from LA, and the foursome attend a Christie’s auction, selling the fortune of jewellery given to a socialite by her wealthy boyfriend, who has broken up with her, kicked her out, and left her with nothing but her baubles. Samantha bids for a ring, encrusted with gems in the shape of a flower, but loses to a secret bidder on the phone, whom she later finds out is Smith. In the bathroom, the girls run into a friend of the jilted socialite, who recounts the story of how she was left with nothing after ten years because she wasn’t married and had no financial rights.
the engagement to the other diners, who applaud when she informs them that this comes after ten years of dating.* Carrie calls Samantha and tells her the news. Samantha is less than thrilled, and ends the call quite abruptly. Carrie stands at the counter in a boutique and wryly waits for Samantha to call back, which she does. Samantha makes several comparisons between Botox and marriage, including when Carrie asks her to be maid of honour. * In LA, Samantha is becoming resentful of the time she spends focusing on Smith and his career. She is also lusting after their next door neighbour, Dante.* Miranda is concerned about her marriage, and wonders about the lack of intimacy and fun between her and Steve. She asks the other girls how often they have sex. Miranda tells them she and Steve had sex recently which ended in a fight, after Miranda told Steve to just get it over with. She admits that before that night they hadn’t had sex for six months. Soon after, Steve confesses to Miranda that he slept with another woman, just once. Miranda separates from Steve immediately.
crazy to get married. Big, who is already experiencing doubts, tries to talk to Carrie about his deep reservations. Carrie, determined that everything go ahead as planned, tries to convince him that there is nothing to worry about.
and Anthony (Mario Cantone) that Big hasn’t arrived. She calls him and he tells her he can’t go through with the wedding. She leaves, distraught. Moments later, Big changes his mind and returns. He stops his car after it passes Carrie’s. He tries to apologise but Carrie lashes out, furious, battering him with her bouquet before being bundled back in the car.* The girls accompany Carrie on her honeymoon to Mexico, where Carrie remains in bed for days on end. When she finally emerges, she wonders if she will ever laugh again. She starts to listen to her messages from Big, but ends up throwing her pink phone into the sea. Beside the pool, Sam is aghast at Miranda’s unwaxed bikini line. Miranda is upset,
thinking that Samantha is suggesting Steve cheated because Miranda let the sex go out of their marriage. Charlotte refuses to eat anything served at the resort, instead subsisting on packaged puddings. She forgets herself momentarily in the shower however, and accidentally swallows some water. She shortly becomes sick, and quickly returns to the villa to find the girls by the pool and the door locked while the maids clean. Too late to make it to the toilet, Charlotte loses control of her bowels. Carrie finally finds her sense of humour again, and laughs hysterically.
Carrie about the remark she made to Big on the night before the wedding-that-wasn’t, Carrie places the blame on Miranda and walks out of the restaurant where they were having dinner together.* When Carrie won’t return Miranda’s calls, and refuses to forgive her, Miranda considers her own refusal to forgive Steve or discuss what happened. She relents and attends counselling with him. Miranda and Carrie make up and Miranda tells Carrie about the counsellor’s plan: Miranda and Steve don’t see each other for two weeks, and at the end of that time, decide whether they want to try to make their marriage work. If they do, they meet on the Brooklyn Bridge, and if they both turn up, they resume their relationship and forget what happened in the past.
through chemo, when she is with him she is denying who she really is.* Carrie dyes her hair dark and refurnishes her apartment into a homogenised, ultra-modern residence, lacking in character and brown-stone charm. Miranda and Steve meet on the Brooklyn Bridge and reconcile. Samantha and Smith break up and Samantha returns to New York. Louise moves back to St Louis after getting engaged to her ex-boyfriend.* After a morning of shopping, Charlotte – uncharacteristically – goes to a restaurant to have lunch by herself, where she encounters Big. She waddles out in a hurry, but when Big catches up she delivers her rehearsed lecture, cursing the day he was born, before promptly going into labour. Big takes her to the hospital, where he waits until she gives birth to her daughter, Rose. When Carrie arrives at the hospital, Harry relates what happened, and tells Carrie that Big was hoping to see her, that he wants to talk to her, and that he has been sending her letters. Carrie scoffs at the notion of Big sending her a letter, but when she gets home, she recalls the emails she had Louise block.Carrie unblocks Big’s emails using Louise’s admin password, ‘love’. She finds a series of excerpts from the book she had shown Big, Love Letters of Great Men. At the end is a love letter from Big himself, telling her that he is sorry and he will always love her.*
Just before the locks are to be changed on the penthouse Big bought, Carrie returns to collect the Manolo Blahnik shoes she had left, months ago, in the refurnished closet. She enters to find Big there, doing the same thing. She runs to him and they kiss, both explaining and apologising for all that happened. After spending time on the floor of the closet talking, Carrie gets up. Big rises to one knee and says they should have done it properly in the first place. He proposes, and when Carrie accepts, he holds out on of her Manolos for her to slip onto her foot in place of a ring. * Carrie and Big get married at New York City Hall, Carrie wearing the simple, non-designer suit she had initially thought to wear when they got married, accessorised by her ‘engagement’ Manolos. Big surprises her, having called her closest friends to meet them after the ceremony. They all go their local diner for a meal.* The film ends with the four women at a bar, celebrating Samantha’s fiftieth birthday. They toast to ‘the next fifty’ with a round of Cosmopolitans.Labels: International Movie, Romantic Comedy
สาย 38 จอดหน้าทองหล่อพอดี
วิ่งรับส่งผู้โดยสารในซอย แหม เก๋ มากๆ มีรถเมล์แล่นภายในซอยของตัวเองด้วย ค่าโดยสารก็แค่ 6 บาทเอง ถูกกว่ารถสองแถวในซอยแถวบ้านเราอีก นั่งมาสบายเลย รถเล็กมาก เก็บตั้ง 9 บาท เราขึ้นไปนั่ง คนแรกอีกแล้ว สายตาเราก็เหลือบไปมองเห็นของโปรดของเราพอดีเลย มันคือ กล้วยทับ นั่นเอง เรารีบลงจากรถเมล์ลงไปซื้อกล้วยทับ แม่ค้าก็คุยดีมากๆใจดีอีกต่างหากแถมให้เราอีก ราดน้ำอีกเพียบ เพราะเราบอกว่าเราชอบแบบน้ำเยอะๆ เราขอบคุณแม่ค้า แล้วสัญญาว่า ถ้าอร่อยนะ เราจะมาซื้อกินทุกครั้งเลย เราขึ้นมาบนรถเมล์อีกครั้ง เผลอแป๊บเดียว คนนั่งเกือบเต็มรถพร้อมออกแล้ว
ยังไม่ถึงนาทีดี พี่พรรณก็มาถึง เราเลยชวนกันไปกินข้าวแถวนั้น เป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อวัว ซึ่งเราไม่กิน แต่ที่ร้านมีขายข้าวมันไก่ด้วย เราเลยเลี่ยงไปกินข้าวมันไก่ ขอบอกว่า ถ้าใครไม่กินก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัว แล้วคิดว่ามากินข้าวมันไก่แทน ขอบอกเลยว่า คุณ คิดผิด เพราะไม่อร่อยเลย น้อยอีกต่างหาก จืดเหมือนกินข้าวเปล่า ไก่ก็เหนียว ข้าวก็เย็น สรุป ไม่มีอะไรดีเลย อย่ามากินเป็นอันขาด แต่เราไม่ได้ยินใครบ่นเรื่องก๋วยเตี๋ยวนะ แสดงว่า อาจอร่อยก็ได้ แต่เราไม่กล้าบอกใครว่ามันไม่อร่อยอ่ะ เพราะมมีใครถามเราเลย ( 5555 ต่างคนมัวแต่ต่างกินอย่างไม่ลืมหูลืมตา) เสียดายนะ เราจำชื่อร้านไม่ได้ โชคดีของร้านไป
ไว้ว่า จะมีซัก 20 เลน แต่นี่มันมีประมาณ 8 เลน ได้มั๊ง แต่ดูรวมๆก็สวยดีนะ เก้าอี้ที่จัดไว้ให้นั่งก็เป็น โซฟายาว นั่งสบายเชียว ตอนที่ไปถึงประมาณ เที่ยงๆ มีเลนเปิดอยู่แค่ 2 เลนเอง คือ เลนที่พวกเราเล่น กับเลนของฝรั่งอีก สองเลนถัดไป
เราโยนโบลว์กันคนละ 4 เกมส์ จ่ายไปคนละ 100 เดียว ก็หมอแรงข้าวมันไก่ กับกล้วยทับที่กินเข้าไปตอนเที่ยง น้องปุ๋มกับพี่พรรณบอกว่า อยากลงไปกินไอสะติม กันที่ ร้านข้างล่าง เรานึกภาพไม่ออกเลยว่า ร้านไอสะติมที่ว่า หน้าตาร้านรวงมันเป็นไง เดินตามซักพักถึงได้รู้ว่า ร้านไฮโซที่อยู่ตรงทางออก ที่มีน้ำพุ สวยๆ นั่นน่ะหรือ คือ ร้านขายไอติม Iberry และ ร้านขายเค็ก ด้วย
ก็กลับไปนาเนียแล้ว ตัวละครที่เป็นน้องสาวคนเล็ก ตัวสูงขึ้นมาก ตัวน้องชายคนรองที่ชื่อ เอ๊ดมัน ก็ตัวสูงขึ้นมากเช่นกัน ทั้งเรื่องมีแต่สู้รบกัน ระหว่าง คนกับตัวประหลาด ถ้าถามเราว่า ประทับใจอะไร กลับไม่ใช่เนื้อเรื่อง เนื้อเรื่องแนวนี้ เราดูมาไม่รู้กี่เรื่องแล้ว แนวแย่งราชสมบัติเนี่ย แต่เรามาดูเทคนิกมากกว่า เราชอบต้นไม้ที่เดินได้ สิงโตภาคนี้ก็ดูเป็นสิ่งมีชีวิตใกล้เคียงสิงโตจริงๆมากกว่าภาคที่แล้ว เราชอบฉากที่เค้าพยายามทำน้ำให้ก่อตัวขึ้นมาเป็นรูปร่างคน สวยดี ดูน่าทึ่ง นอกนั้น เราไม่ค่อยมีอะไรอยู่ในความทรงจำของเราให้พูดถึงเท่าไหร่เลย ไม่รู้ทำไม หนังตั้งเกือบ สามชั่วโมง เราจำได้แค่นี้เอง แสดงว่า ไม่ค่อยน่าประทับใจ ?
ตัวละครที่มีมนต์เสน่ห์ในนวนิยายแฟนตาซีอมตะของ ซี.เอส. ลูอีส ได้ส่องประกายอีกครั้งในเรื่องราวภาคต่อของหนังสือเล่มที่สองจากหนังสือทั้งหมดเจ็ดเล่ม พี่น้องตระกูลพีเวนซี่ทั้งสี่คนได้เดินทางจากยุคสงครามโลกครั้งที่สองสู่ดินแดนนาร์เนียอีกครั้งอย่างอัศจรรย์และลึกลับ ที่นาร์เนียการผจญภัยครั้งใหม่อันน่าระทึก เต็มไปด้วยอันตรายและแม้แต่การทดสอบชะตาและความกล้าหาญครั้งยิ่งใหญ่กำลังรอพวกเขาอยู่
ยนตร์นาร์เนียเรื่องที่สองของเขาจากบทภาพยนตร์ที่เขาร่วมเขียนกับสองคู่หูมือเขียนบทเจ้าของรางวัลเอ็มมี อวอร์ด คริสโตเฟอร์ มาร์คัสและสตีเฟน แม็คฟีลลี ( "The Life and Death of Peter Sellers" ทางเอชบีโอ) ที่ร่วมเขียนบทภาพยนตร์ภาคแรกด้วยเช่นกัน อดัมสันยังได้กลับมาร่วมงานกับผู้อำนวยการสร้างจาก Narnia ภาคแรก ไม่ว่าจะเป็นมาร์ค จอห์นสัน เจ้าของรางวัลอคาเดมี อวอร์ด (Rain Man, Bugsy, The Notebook) และฟิลิป สเตเออร์ (The Rookie, The Alamo) รวมไปถึงเพอร์รี มัวร์ อดีตผู้บริหารวอลเด้น มีเดีย ผู้รับหน้าที่ผู้อำนวยการสร้างบริหาร และผู้ร่วมอำนวยการสร้าง ดักกลาส เกรแชม ลูกเลี้ยงของลูอิส
เนียของพวกเขา,สกันดาร์ คีย์เนส วัย 16 ปีรับบทเอ็ดมันด์ เด็กชายที่หักหลังพี่น้องของตัวเองเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวในการผจญภัยครั้งแรก, แอนนา ป๊อปเปิ้ลเวล วัย 19 ปี รับบทซูซาน พี่สาวคนโตผู้รอบคอบและรอบรู้ และวิลเลี่ยม โมสลีย์ วัย 21 ปีรับบทปีเตอร์ พี่คนโต กษัตริย์สูงสุดแห่งนาร์เนียที่บัดนี้ต่อสู้อย่างกล้าหาญเพื่อแย่งชิงดินแดนของเขากลับคืนมาจากการยึดครองของกษัตริย์มิราซผู้ชั่วร้าย
Hitchhiker’s Guide to the Galaxy, Return of the Jedi) ในบทนิเคบริค คนแคระดำผู้หวาดระแวง
ผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงอคาเดมี อวอร์ด (Schindler’s List) กลับมาให้เสียงราชสีห์อัสลานอีกครั้งหนึ่ง และนักแสดงตลกชาวอังกฤษ เอ็ดดี อิซซาร์ด (ซีรีส์ The Riches) ให้เสียงรีพิชี้พ หนูนักดาบ
โฮเวิร์ด เบอร์เกอร์, เกรกอรี นิโคเทโรและทามี เลน เจ้าของรางวัลออสการ์ ยังได้กลับมาออกแบบและช่วยเสริมแต่งสเปเชียล เมคอัพ เอฟเฟ็กต์ของเรื่อง ด้วยการสร้างอวัยวะปลอมให้กับสิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์ในเรื่อง เคเอ็นบี อีเอฟเอ็กซ์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทดีไซน์ที่ได้รับรางวัลของเบอร์เกอร์ในลอสแองเจลิส ได้สร้างชุดอนิเมโทรนิคเต็มรูปแบบหลายชุดให้กับสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดของนาร์เนีย ซึ่งได้แก่มิโนทอร์, เซเทอร์ และเซนทอร์
Synopsis :The Chronicles of Narnia(The Prince Caspian) From http://www.postergeek.com/Labels: Fantasy, International Movie, Walts Disney
ก่อนไปดูหนังเรื่องนี้ นึกไว้ในใจว่า สงสัยต้องเป็นหนังไทยน้ำเน่าแหงๆเลย โรงฉายก็น้อย ฉายที่ SFW ที่ ZEN แล้วก็ที่ Paragon กับที่ Major รัชโยธิน กับที่ไหนอีกสักแห่ง จำไม่ได้แล้ว
เรารีบจ้ำพรวดเดียวก็ถึงเคาเตอร์ตีตั๋ว คงจะเดาละสิว่า วันนี้ เราจะใช้ตั๋วฟรีหรือเปล่า นี่ ใครมันจะมีตั๋วฟรีได้ทุกเรื่อง เรื่องนี้ เรายอมเสียตังค์ซื้อตั๋วเลยนะ ใจจริงตอนแรกเราว่าจะตีตั๋วทีเดียว 2 เรื่องเลย อ้าว ก็วันนี้ มีอีกเรื่องเข้า เป็นแนวเขย่าขวัญ ชื่อเรื่อง Pathology แต่คิดไปคิดมาอย่าเพิ่งเลย ซื้อตั๋วทีละเรื่องดีกว่า เผื่อดูเรื่องนี้แล้วเซ็ง จะได้กลับบ้านเลย ไม่ต้องเสียตังค์ดูอีกเรื่อง ตีตั๋วเสร็จ พนักงานสุดสวย ก็ให้บัตรสะสมแต้มเรามาอีกใบนึง นึกในใจว่า เฮ้ย ใบเก่า ยังสะสมม่เต็มเลย นี่ให้มาอีกใบแล้วเหรอเนี่ย แถมยังเปลี่ยน สติกเกอร์ เป็นแบบใหม่อีก แล้ว มันจะสะสมรวมกับของเก่าได้มั๊ยเนี่ย เรานึกในใจ
แต่ก็ไม่ได้ถาม เพราะว่า คงไม่มีปัญญาสะสมเยอะแยะขนาดนั้นหรอก อีกอย่าง ตอนนี้ เรามีตั๋วฟรี โรง SF ตรึมเลย เรากะว่า เราจะเปลี่ยนไปดู SF ชั่วคราวก่อนล่ะ ต้องบริหารตั๋วให้ดีๆ เราจะได้มีตังค์กินข้าวอร่อยๆ หลายๆมื้อหน่อย 5555
จริงๆ มันไม่น่าออกช้าขนาดนี้นี่นา) เออ เออ ช่างมันเหอะ เอาติดมาเล่มนึงด้วย มองถัดไปอีกนิด เราก็เจอ BK อีก เราก็เอาติดมาด้วยอีก 5 เล่ม ( เค้าแจกฟรีอยู่แล้ว เราจะเอาไปฝากเพื่อนๆน่ะ ไม่ได้เอาไปใช้แทนกระดาษหนังสือพิมพ์หรอกน่า ไม่ต้องห่วง ) เบ็ดเสร็จ เราเลยได้หนังสือเต็มกระเป๋าเลย มีทั้ง Daily Express , M-cine , BK อีก 55555 สมใจเราเลย ของโปรดเราทั้งน้าน ใกล้เวลาฉายแล้ว เรารีบเข้าโรงก่อนดีกว่า วันนี้คึกอยากดู โฆษณา
นานมาแล้วล่ะ นานจริงๆ ตอนเราเด็กๆเลย อ่านต่วยตูนพิเศษ ( ตอนนั้น เราบ้าต่วยตูนพิเศษมากๆ อ่านแล้วอ่านอีก ทุกตัวอักษรเลย ตั้ง จินตวีร์ วิวัฒน์ ยังเขียนอยู่ จนเธอ ตายไปแล้ว เราก็ยังอ่าน เราถึงได้ บ๊องส์ๆ มาจนทุกวันนี้ไง 55555 )
หนังเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง เนื้อเรื่องพูดถึง หญิงสาวคนนึงที่บังเอิญได้ไปเจอกับชายต่างถิ่นคนนึง ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ( ปี อธิกสุรทิน ซึ่งเป็นความหมายของชื่อหนังเรื่องนี้ ) แล้วก็เป็นวันเกิดของเธอด้วย ทั้งคู่ต่างสัญญาว่า จะกลับมาเจอกันที่เก่าเวลาเดิมทุกวันที่ 29 กพ. ฟังดูน้ำเน่าดีมั๊ยล่ะ อย่างไงก็ช่าง เอาเป็นว่า อย่าคิดมาก ดูเอาเพลินๆก็แล้วกัน ก็นะ หนังก็แสดงให้เห็นพัฒนาการของความรักของคนทั้งสอง ซึ่งทั้งคู่เล่นได้ดีมากๆ ดาราผู้หญิงที่เล่น ไม่สวยเลย แต่ดูเก๋ มีเสน่ห์มากๆ ส่วนอนันดา ก็เล่นดีอยู่แล้ว นึกไม่ถึงนะว่า อนันดา จะพูด ภาษาอังกฤษเก่งขนาดนี้ ทั้งเรื่องไม่มีภาษาไทยแพลมออกมาซักกะแอะเลย
เขียนคำว่า OK ที่ฝ่ามือแล้วออกมาเดินกลางถนน ฉากนี้ โดนมากๆ ว่าจะจำเอาไปใช้กับกิ๊ก ซักหน่อยย 555 อีกฉากก็ตอนที่ อนันดาขึ้นไปบนตึก แล้วโปรยจดหมายที่เขียนถึงนางเอกลงมาจากตึก ลงมา ฉากนี้ก็โดน แต่ไม่เท่า ฉากแรก แต่เราสงสัยอย่างนึง คือหนังเรื่องนี้ ถ่ายทำในสิงคโปร์ แต่ฉากที่ถ่ายมาประเทศเค้าดูน่าอยู่มากเลย คนน้อย ( แต่ที่เราเคยไปนี่ เราว่า คนเค้าเยอะนะ เลยสงสัยว่า เวลาถ่ายทำเค้าต้องกันคนออกแน่ๆ แล้วทำไมต้องกันคนออก จะหลอกคนดูหรือยังไง ว่า ประเทศตัวเองสวยน่าเที่ยว งั้นสิ ของจริงไม่เห็นเป็นแบบนั้นซักหน่อยเลย งง มีบริเวณที่คนน้อยด้วยหรือเนี่ย )


ออกเดทและบอกให้เขาส่งสัญญาณให้รู้ถ้าเชาตกลง ซึ่งลีแอนแทบจะตัวปลิวเมื่อเจเรมี่ใช้ลิปสติกเขียนคำว่า “โอเค” บนฝ่ามือ แล้วโบกให้สัญญาณกับเธอ
ตกลงแต่งงานกับ เรย์มอนด์ (เจสัน ชาน) ชายหนุ่มที่เข้ามาในชีวิตเธอช่วง 4 ปีหลังสุดLabels: Asian Movie, Romance, อนันดา

ในรูปแบบแปลกใหม่กับเหล่าบรรดาศิลปินอย่าง คณะ Etha-Dam คณะ A"Corps คณะ Free Soul และ คณะ Lao Bang Fai ที่ภัทราวดี เธียเตอร์ วันที่ 4-7 มิ.ย. เวลา 08.00 น.ด้านวงดนตรี มีเหล่าศิลปินสมัครเล่นและบรรดานักดนตรีมืออาชีพ เช่น Didier Sinclair และ The Micronauts ที่จะมาสร้างความครื้นเครงให้กับแฟนเพลงที่คลั่งไคล้แนวเพลงอิเล็กทรอนิกส์ ที่เบด ซัปเปอร์คลับ ใกล้สถานีรถไฟฟ้านานา วันที่ 6 และ 13 มิ.ย. เวลา 10.00 น. ส่วนวันแห่งดนตรี รวบรวมวงดนตรีเยาวชน รวมถึงกง-กง (Gong Gong) และวงทีโบน (T-Bone) จะสรรค์สร้างลานเซ็นทรัลเวิลด์ให้เปี่ยมไปด้วยความมหัศจรรย์แห่งเสียงเพลง วันที่ 21 มิ.ย.
ภาพของประเทศฝรั่งเศสจนถึงวันนี้..." ที่หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ชั้น 4 วันที่ 8 มิ.ย.-8 ก.ค. เวลา 10.00-19.00 น. ประกอบไปด้วยรูปภาพจำนวน 100 รูปที่สะท้อนประวัติศาสตร์ศิลป์ในขณะที่นิทรรศการภาพถ่ายร่วมสมัย จัดที่สีลม แกลเลอเรีย ซอยสีลม 19 วันที่ 10-30 มิ.ย. เวลา 10.00-22.00 น. รวบรวมผลงานช่างภาพชื่อดังจากยุโรป อาทิ Goldin Opalka Orlan Ramette และช่างภาพชื่อดังของไทย ไมเคิล เชาวนาศัย, อิศเรศ สุทธิสิริ, อนุสรณ์ เจริญสุข ที่จะมาแสดงงานร่วมกันภายใต้โจทย์เดียวกันคือรูปถ่ายเหมือนตนเองและผู้อื่น ภาพถ่ายพอร์เทรต ในกรอบความคิด "หนึ่งหน้าต่อหน้าหลากหลาย" เทศกาลภาพยนตร์ฝรั่งเศส ปีนี้นำเสนอจำนวน 10 เรื่องที่ดีที่สุดและใหม่ล่าสุด พบกับศิลปินบนแผ่นฟิล์ม อย่าง Catherine Deneuve, Sophie Marceau และ Guillaume Canet! บันเทิงเริงลิ้นกับอาหารอันโอชะ วันที่ 14-24 มิ.ย. ที่เอสเอฟ เวิล์ด ซีนีม่า เซ็นทรัลเวิลด์ ลาแฟ็ตจะไม่สมบูรณ์ครบถ้วนหากขาดรสชาติไป ทางโรงแรมอันเลื่องชื่อ อย่างโรงแรมโอเรียนเต็ล และทีมจากร้านอาหารฝรั่งเศส La Tour d"Argent จะมาสร้างสรรค์ปรุงอาหารหลากหลายรายการตามที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสวย ณ กรุงปารีส เมื่อครั้งเสด็จประพาสยุโรป มาแล้วกว่า 100 ปี ในส่วนของผู้ประกอบการด้านอาหารและโภชนาการของฝรั่งเศสในกรุงเทพฯ ร่วมกันจัดตั้งสมาคมทูตานุทูตแห่งราชาอาหารฝรั่งเศส และจะมาร่วมกันปรุงอาหารอันเลิศรสให้ทุกท่านลิ้มลองเฉพาะในงานเทศกาลวัฒนธรรมฝรั่งเศสเท่านั้นปิดท้ายด้วยการท่องเที่ยว เทศกาลวัฒนธรรมฝรั่งเศส ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวฝรั่งเศส จะจับสลากเพื่อชิงโชคไปท่องเที่ยวประเทศฝรั่งเศส! ผู้สนใจสมัครชิงโชคได้ที่เว็บไซต์ www.franceguide.com/sg และเข้าชมรายละเอียดของโปรแกรมในงานลาแฟ็ตได้ที่ http://www.lafete-bangkok.com/
เทศกาลภาพยนตร์ฝรั่งเศส 10 ภาพยนตร์ฝรั่งเศสเรื่องใหม่ (English Subtitles)
พวกเธอได้มาบรรจบกันภายห้องเปลี่ยนเสื้อที่เต็มไปด้วยความเร้นลับ และเริ่มเกิดความสอดรู้สอดเห็น การกระทำครั้งนี้ทำให้ถูกตรึงในความทรงจำเพราะเป็นครั้งแรกของพวกหล่อนที่จะแหกกฎนักแสดง: Adèle Haenel, Pauline Acquart, Louise Blachère, and Warren Jacquin.Cannes Film Festival « Un Certain Regard », Rotterdam Film Festival 2008, Nominated for the César 2008 : Best First Film and Most Promising Actress 

ขาขยับตาหนึ่งครั้งเพื่อบอกว่า “ใช่” สองครั้งเพื่อบอกว่า “ไม่” เขาหยุดความสนใจของคนที่มาเยี่ยมด้วยการให้คนมาเยี่ยมเขียนตัวอักษรให้ โดยเขาจะใช้ตาบอกตัวสะกดและประกอบเป็นคำ เป็นประโยค และเป็นถ้อยคำเป็นหน้าๆ ในที่สุดเขาได้เขียนหนังสือเล่มนี้ที่มีชื่อว่า “ชุดประดาน้ำกับผีเสื้อ” ทุกเช้า เป็นเวลาหลายอาทิตย์ เขาได้ท่องจำประโยคต่างๆ ก่อนจะบอกให้คนบันทึกตาม... นักแสดง: Mathieu Amalric, Emmanuelle Seigner, Anne Consigny, Marina Hands, Emma de Caunes, Jean-Pierre Cassel, Marie-Josée Croze, Jean-Philippe Ecoffey, Niels Arestrup and Patrick ChesnaisPusan International Film Festival 2007, Cannes 2007 Official Competition, Golden Globes 2008 : Best Foreign Language Film, Best Director, César 2008 Best Achievement in editing and Best Actor
เป็นอันมาก และพยายามว่ายน้ำเพื่อช่วยตัดความกังวลทั้งหมด ท่ามกลางเสียงเพลงของ Glenn Meller แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีสิ่งใดมาหยุดเวลาหมุน และมาห้ามไม่ให้เธอเข้าสู่อายุสี่สิบและยังไม่มีลูก รู้สึกแปลกใจอยู่เสมอกับโลกที่เธอเฝ้ามอง ราวกับหากุญแจไขปัญหาไม่พบ แต่อย่างไรเธอก็พยายามอย่างไม่ลดละที่จะสื่อสารกับทุกคนที่อยู่ล้อมรอบเธอนักแสดง: Valeria Bruni-Tedeschi, Noémie Lvovsky, Mathieu Amalric, Louis Garrel and Valeria GolinoSpecial Jury Prize Festival de Cannes 2007, Pusan International Film Festival 2007, Nominated for the César 2008: Best Actress in a supporting role, World Film Festival Montréal 2007
Labels: Exhibition