เป็นหนังที่น่ารัก และ เนื้อเรื่องแบบไก่แก่แม่ปลาช่อน ที่ดูสนุกมากเลย เราชอบ แคทลีน ซีต้าโจนส์ เรื่องนี้ แก่แล้ว แต่ยังเซ็กซี่มากๆๆๆ อยู่เลย แต่เห็นหน้าก็รู้เลยว่า โทรมไปมาก แต่พยายามเด้งสู้อยู่ เราไม่ได้ดูหนังของเธอมานานนม แต่เธอก็ยังซ๊วยสวยอยู่นั่นเอง พระเอกคนนี้ เราก็ชอบ ดูมาตั้งแต่เรื่อง National Treasure แต่ตัวเตี้ยไปหน่อย เวลายืนคู่กันเลยดูตลกๆ หนังเรื่องนี้ พระเอก เป็นพี่เลี้ยงเด็กพาร?ไทม์ ไปๆมาๆ เลยรักกับแม่เด็กซะเลย ดีหน่อย ที่แม่เด็กกะพ่อเด็กเลิกกันแล้ว ไม่งั้นหนังเรื่องนี้ จะมีเนื้อเรื่องที่หวาดเสียวเกินไป เด็กก็ไม่ควรดู ยังไงก็ตามเราว่าเนื้อเรื่องก็ยังแรงอยู่ดี แต่ถ้ามองข้ามเรื่องนี้ ไป เราจะพบว่า หนังเรื่องนี้ โรแมนติก โคตรๆ เพราะว่า มันจะมีตอนที่ พระเอกนางเอก ห่างกันไปตั้งหลายปี แต่ทั้งสองคนก็ยังไม่มีใคร สุดท้ายก็มาลงเอยกันอีกครั้ง เป็นตอนจบที่เราชอบมั่กๆ
ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นิวยอร์ก ที่นั่นเธอได้พบกับ อารัม ฟินเคิลสไตน์ (จัสติน บาร์ธา) หนุ่มน้อยวัย 25 ปีที่เพิ่งถูกภรรยาชาวฝรั่งเศสทิ้งไป เพราะเธอต้องการเพียงแค่สิทธิความเป็นคนอเมริกันจากเขาเท่านั้น อารัม ซึ่งเปี่ยมไปด้วยความโรแมนติกในหัวใจและการมองโลกในแง่ดี จึงกลายเป็นคนที่ดิ้นรนเพื่อรักษาความเชื่อเรื่องรักแท้บนโลกใบนี้อารัม ทำงานในศูนย์พิทักษ์สตรีและร้านกาแฟใต้คอนโดมิเนียมที่ แซนดี มาเช่าอาศัยอยู่ ทั้งสองได้ทำความรู้จักจนกลายเป็นเพื่อนกัน และเมื่อ แซนดี ได้รับงานในสถานีโทรทัศน์ เธอก็ขอให้ อารัม ช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้ลูกของเธอ ด้วยความที่เขาไม่มีจุดมุ่งหมายที่แน่นอนในชีวิต อีกทั้งยังเพิ่งใจสลายกับรักครั้งแรกของตัวเอง ทำให้เขาตอบตกลงทันที การงานของ แซนดี ก้าวหน้าขึ้นจนได้รับการเลื่อนตำแหน่ง เพื่อนๆ จึงแนะนำให้เธอเริ่มมองหาหนุ่มคู่ใจอีกครั้ง แต่หลังจากการออกเที่ยวกับหนุ่มครั้งแรกลงเอยด้วยความหายนะ แซนดี ก็เชื่อว่ามันอาจยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม ในขณะเดียวกัน อารัม เริ่มกลายเป็นส่วนประกอบสำคัญในครอบครัวของเธอ และลูกทั้งสองของเธอก็ดูเหมือนจะชอบเขามาก องค์ประกอบทุกอย่างสนับสนุนให้พวกเขาสร้างครอบครัวใหม่ ถึงแม้จะมีเหตุผลหลายประการที่บอกว่า แซนดี และ อารัม ไม่ควรอยู่ด้วยกัน แต่พวกเขาก็ตกหลุมรักซึ่งกันและกัน พวกเขาจึงต้องเผชิญหน้ากับเพื่อนๆ และครอบครัวที่เคลือบแคลงในความรักของทั้งคู่ อีกทั้งยังต้องค้นหาหัวใจของตัวเองว่า รักครั้งนี้เป็นเพียงความสนุกชั่วครู่ หรือเป็นสิ่งที่จะคงอยู่ตลอดไปLabels: International Movie, Romantic Comedy
คืน จนทำให้ชาวบ้านหวาดผวาไปตามๆ กัน ทั้งๆ ที่ผีสาวที่หลายคนพูดถึงนั้นไม่เคยหลอกใครเลย นอกจากมาปรากฏตัวเพื่อเฝ้ารอแฟนหนุ่มอยู่ตามศาลาริมน้ำหรือท่ารถด้วยท่าทางที่น่าสงสาร เพื่อความสบายใจของคนทั้งหมู่บ้าน เจ้าอาวาส (พวง เชิญยิ้ม) ได้ทำพิธีปัดรังควาญไล่สิ่งที่ไม่ดีให้หมดไปจากหมู่บ้าน จึงทำให้รู้ว่าผีสาวที่หลายคนเห็นนั้นคือ ฟ้า (ตรีชฎา มาลยาภรณ์) ลูกของ เศรษฐีเกลี้ยง (โย่ง เชิญยิ้ม) กับ นางหอม (วนิดา แสงสุข) ที่ฆ่าตัวตายเพราะความรักหลังจากที่ วุฒิ (เสกสรร สุทธิจันทร์) แฟนหนุ่มได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปสอบเป็นนักเรียนตำรวจ พอปิดเทอม วุฒิกลับมาเยี่ยมฟ้าด้วยความคิดถึง โดยไม่รู้ว่าเธอตายไปแล้ว ฟ้าจึงสารภาพออกมาเองว่าเธอฆ่าตัวตายเพราะเข้าใจผิดว่าวุฒิคงไม่รักเธอแล้ว แล้วเธอยังขอให้คนรักตายตามเธอไป เพื่อให้ความรักของเขาและเธอเป็นรักอมตะที่ไม่มีอะไรมาขวางกั้น แต่วุฒิไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เพราะเขายังมีหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบอีกหลายอย่าง โดยเฉพาะการดูแลพ่อแม่ที่แก่เฒ่า ฟ้ารู้สึกโกรธและจะเอาวุฒิไปอยู่ด้วยให้ได้โดยไม่ฟังเหตุผลใดๆ ถึงแม้วุฒิจะรักฟ้ามากเพียงใด แต่เขาก็ต้องวิ่งหนีไปพึ่งบารมีหลวงพ่อให้ช่วยคุ้มครอง รุ่งขึ้นวุฒิไปปรึกษาขอความช่วยเหลือจาก ผู้ใหญ่บ้าน (สมชาย ศักดิกุล) ผู้ใหญ่พร้อมทั้งภรรยาที่ชื่อ อ้อย (ราตรี วิทวัส) และลูกบ้านคนสนิทอย่าง หอ (ค่อม ชวนชื่น) หืด (บอล เชิญยิ้ม) และ หอบ (จุ๊บจิ๊บ เชิญยิ้ม) รู้สึกสงสาร จึงให้ ผดุง (แจ๊ส ชวนชื่น)
ไปช่วยหาหมอผีจากนานาประเทศมาช่วยกันปราบผีฟ้า แต่ก็ไม่สำเร็จ อีกทั้งยิ่งทำให้ฟ้าโกรธแค้นมากยิ่งขึ้น และสร้างความหวาดกลัวให้ชาวบ้านมากขึ้นเรื่อยๆ บางคนถูกฟ้าเล่นงานจนแทบเอาชีวิตไม่รอด วุฒิเห็นว่าชาวบ้านต้องมาเดือดร้อนเพราะเรื่องของเขา เขาจึงตัดสินใจจะแลกชีวิตของตัวเองกับความสงบสุขของชาวบ้าน วุฒิจึงเข้าไปหาฟ้าเพื่อมอบชีวิตของเขาให้และพิสูจน์ความจริงว่าเขายังรักฟ้าเสมอ ฟ้าจึงแสดงอิทธิฤทธิ์ด้วยการให้ไฟลุกล้อมรอบตัวเธอกับวุฒิเพื่อให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน ในขณะที่ฟ้าและวุฒิกอดกันอย่างมีความสุขอยู่ในวงล้อมของเปลวเพลิง ไฟกลับค่อยๆ ดับลงท่ามกลางความดีใจของชาวบ้าน ฟ้าตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ฟ้ามองไปที่ชาวบ้านคิดว่าใครอยากจะลองดีกับเธออีก แต่ไม่มีใครทำอะไรทั้งสิ้น... ใครเป็นผู้จุดชนวนความแค้นให้เกิดขึ้นกับฟ้าอีกครั้ง ฟ้าจะทำอย่างไรกับผู้ที่อยากจะลองดีกับเธอ วุฒิจะมีชีวิตรอดต่อไปหรือไม่ แล้วชาวบ้านจะต้องโกยกันอีกแค่ไหนกันแน่นะLabels: Comedy, Ghost, Thai Movie
ให้คะแนนพิเศษกับดาราเด็กในเรื่องที่น่ารักเหลือเกิน รวมๆแล้วเราให้ 7.2Labels: Asian Movie, Comedy, Family
อีกแล้วครับท่าน เราได้คูปองส่วนลดจกเครื่องดื่ม โค๊กซีโร่ มา 100 บาทเพื่อดูหนังเรื่องนี้ ที่ กรุงศรีไอแม็กซ์ จาก 250 เหลือ 150 บาท ถือเป็นราคาที่พอรับได้ สำหรับหนังสามมิติ ความยาว หนึ่งชั่วโมง ตอนตีตั๋ว น้องคนขายตั๋ว บอกชัดเจนเลยว่าเป็นหนังสารคดีนะคะ เราเลยเตรียมใจไว้ล่วงหน้าแล้วว่า เป็นหนังแนวไหนยังไง ดังนั้นก็เลยไม่ต้องคาดหวังอะไร เราเคยดูหนังแนวไดโนเสาร์สามมิติมาแล้วครั้งหนึ่ง ที่กรุงไทยไอแม็กซ์ ดูสนุกดี เหมือนไดโนเสาร์อ้าปากจะงับเราจริงๆ ยังประทับใจไม่รู้ลืม มาคราวนี้ก็เลยอยากรู้สึกอย่างนั้นอีก ก็ต้องดั้นด้นมาดูที่นี่แหละ 5555 ถึงแม้จะเป็ฯสารคดี แต่คนสร้างก็พยายามให้เห็นตัวเป็นๆของมัน มีฉากที่เห็นเจ้าตัวยักษ์ๆนี่ เยอะเหมือนกัน ทำให้สะใจในระดับหนึ่ง แต่อย่างที่เล่าว่ามันเป็นสารคดี เพราะฉะนั้น จะไปหวังว่ามีเนื่อเรื่องมันส์ก็เลิกหวังไปได้ เอาแค่ไม่น่าเบื่อก็พอ รอบที่เราดู มีคนดูประมาณ ยี่สิบคน ก็ไม่เห็นมีใครบ่นอะไร แม้แต่เด็กๆ ก็ส่งเสียง วี๊ดิ้ว กันเต็มที่กับฉากที่ไดโนเสาร์โผล่มาในจอ เราชอบฉากนกกกไข่แล้วโดนน้ำท่วม ฉากนี้ติดตาดูแล้วสงสารนก ไม่เคยรู้เลยว่า นกโดนน้ำท่วมเป็นอย่างนี้ น่าสงสาร เรื่องนี้ ไม่มีอะไรให้เขียนถีงมากมายอะไร เพราะเป็นสารคดี เนื้อเรื่องคือให้ความรู้กับคนดูเต็มที่ โดยเอาฉากสามมิติมาดึงคนดู เราว่าพอใช้ได้นะ แต่ที่ต้องติ คือ ตัวบรรยายภาษาไทย เอาอีกแล้ว เราสงสัยเด็กไทยที่ฟังภาษาอังกฤษไม่แตกจัง คงมีปัญหาในกาสื่อสารพอสมควรด้วยแหละ เพราะตัวหนังสือจางมากๆ แถมยังซ้อนอีก ต้องเพ่งสายตามากๆเลย กว่าจะดูออกว่าเขียนว่าอะไร ทรมาณสายตา จะเสียก็ตรงนี้แหละ เรื่องนี้ เราให้ 6.2 นะ เสียตรงตัวบนนยายนี่แหละ ไม่รู้เมื่อไหรจะแก้ซักที บอกไปหลายทีแล้ว
ไดโนเสาร์ยุคเริ่มแรกจากยุคไตรแอสซิกไปจนถึงยักษ์ใหญ่แห่ง ยุคครีเตเชียส ผู้ชมจะได้เดินทางไปกับนักโบราณชีววิทยาชั้นนำของโลกเพื่อไปสำรวจหลักฐานที่ ยืนยันว่าลูกหลานของไดโนเสาร์ยังมีชีวิตอยู่ร่วมกับเราในขนะนี้ ตั้งแต่เนินทรายที่กว้างใหญ่ของทะเลทรายโกบีในมองโกเลียจนถึงภูเขาหินทรายในนิวเม็กซิโก ภาพยนตร์จะติดตามนักโบราณชีววิทยาจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งอเมริกาหรือ เอเอ็มเอ็นเอช ไปสำรวจการค้นพบซากไดโนเสาร์ที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยเวทมนตร์ของภาพเคลื่อนไหวที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์และมีความแม่นยำตามความรู้ทางวิทยาศาสตร์ สิ่งมีชีวิตชนิดที่ถูกค้นพบใหม่และชนิดที่คุ้นเคยกันดี จะกลับมามีชีวิตใหม่อย่าง... ยิ่งใหญ่สุดๆ!Labels: 3D, Documentary, imax, International Movie
แต่เป็นฉากต่อยเล็กๆน้อยๆ กระโดดขึ้นลงบ้าง แต่ที่เราหมายถึง เรากำลังพูดถึงการต่อยแบบหนักหน่วงนานๆหน่อย แบบมีผู้ร้ายเยอะๆ แล้วมารุมพระเอกคนเดียวอะไรแบบนี้ อ่ะ เรื่องนี้ไม่มี จะมีมั่งก็นิดเดียว ไม่สะใจเลย เบ็ดเสร็จแล้ว เราว่า หนังโอเคนะ ที่ชอบที่สุดก็คือ พล็อตเรื่อง ที่มีความสมจริง ไม่รู้จะยังมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนั้นหรือเปล่า เราให้ 8.3 เลย
โนโลยีดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องโยงใยกับคดีนี้เป็นอย่างมาก เมื่อคดีเริ่มซับซ้อนมากขึ้นๆ เกรียร์ พบว่าหนทางเดียวที่จะจับฆาตกรได้ คือเขาต้องละทิ้งหุ่นยนต์ตัวแทนของเขาเอง แล้วก้าวเท้าออกจากบ้านอันปลอดภัยของเขาเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี นอกจากนี้เขายังต้องขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่สืบสวนหญิง ปีเตอร์ส (ราดาห์ มิตเชลล์) ในการไล่ล่าตัวคนร้ายมาให้จงได้Labels: International Movie, Sci-fi Action
หาก เราให้คะแนนนัทเต็มสิบไปเลย ฉากที่เราซึ้งมีเยอะแยะเลย โดยเฉพาะฉากทีพวกเด็กผู้ชายไปเล่นกัน ไปฉี่ริมแม่น้ำ ต่อยกัน ดูแล้วนึกถึงตอนเป็นเด็กขึ้นมาตะหงิดๆ แถมคนดูในโรงก็เฮกันใหญ่เลย แสดงว่า ไม่ได้เป็นที่เราคนเดียว คนอื่นก็รู้สึกเหมือนกัน อีกคนที่ต้องชมคือนางเอกของเรื่อง ผอมได้ใจ ฉากที่แสดงตอนใกล้ๆจบ ที่เป็นไคลแม็กซ์ของเรื่องแสดงสีหน้าได้ดีมากๆ ดูแล้วอิน เรื่องนี้ทั้วเรื่องต้องยกเครดิตให้ผู้กำกับ ที่เลือกตัวแสดงได้ดีจริงๆ คนแต่งหน้า และคนทำงานศิลป์ สุดยอด ฉัตรชัย แสดงดีอยู่แล้วไม่ต้องพูดถึง แต่เรื่องนี้เล่นเป็นคนไม่ดี แถมมีบทไม่มากเท่าไหร่ด้วย บทเทไปที่เป้เกือบหมดเลย กับเด็กนัท ที่ว่าเล่นดี เรื่องนี้เราให้ 9.0 เลย ขอปรบมือให้
เหตุสยองเกิดขึ้นอีกคราวกับลูกชายรัฐมนตรี ตำรวจถูกบีบให้ทำทุกวิถีทางในการจับฆาตกรมาลงโทษให้ได้ ไท จึงถูกนำตัวมาจากเรือนจำ และเกิดการต่อรองขึ้น ไท ขอให้ตำรวจปล่อยตัวเขาโดยไม่มีข้อแม้ และขออิสระในการทำงานทุกอย่าง แลกกับการที่เขาจะต้องนำตัวฆาตกรมาลงโทษให้ได้ภายใน 15 วัน โดยตำรวจจับตัว น้อย (เจสสิกา ภาสะพันธุ์) ภรรยาของ ไท เอาไว้เป็นตัวประกัน ถ้าเขาไม่กลับมาพร้อมฆาตกร ตำรวจจะฆ่าภรรยาของเขาทันที ไท เริ่มแกะรอยจากความทรงจำของเขาในอดีต และแล้วความจริงจากอดีตก็เริ่มฉายภาพชัดขึ้น ฆาตกรมืออาชีพและฆาตกรต่อเนื่อง... จำต้องมาเผชิญหน้ากันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วอะไรกันแน่... คือบทสรุปที่มาของการฆาตกรรมคดีนี้
has to bring the killer to the police in 15 days. When Tai starts to bring back his past to trace the killer, the truth evidently reveals.Labels: Thai Movie, The Mall, Thriller
ไม่อยากเชื่อเลยว่า คนดูจะแน่นโรงได้ซะขนาดนี้ ไม่รู้ว่าเกิดจากกระแสของหนังหรือ ราคาค่าตั๋วหนังกันแน่ เพราะตั้งแต่แข่งกันทำราคา ตอนนี้ ทุกที่วันพุธ ราคาน่าดูมากๆ ที่เมเจอร์ซิเนเพล็ก 60 บาท ที่เอสเอฟ 40 บาท และล่าสุดฮอลลีวูดก็เอากะเค้าด้วย ที่ 59 บาท เอาเข้าไป แต่เราก็มาดูโรงเอสเอฟอ่ะนะ เพราะถูกที่สุด วันนี้ วางแผนมาดูสามเรื่องเลย เรื่องนี้เป็นเรื่องแรก อยากบอกว่าคนแน่นจริงๆ รู้สึกว่าจะเต็มทุกที่นั่งเลย บรรยากาศเดียวกันกับมาดูเรื่องสุริโยทัย หรือองบากนั่นเลยนะ ไม่ได้เว่อร์ เวลามาดูหนังผีที่คนแน่นๆ มันได้บรยากาศจริงๆเพราะสาวๆขวัญอ่อนในโรงนี่ ขยันกรี๊ดจังเลย ทำให้หนังดูสนุกขึ้นอีกเป็นกอง รอบที่เราดูนี่ มีคนขวัญอ่อนเกือบครึ่งโรง เพราะฉะนั้นนึกดูละกันฉากผีมา จะกรี๊ดกันสนั่นโรงขนาดไหน อย่างกับเข้าไปในบ้านผีสิงในสวนสนุก ดูแล้วได้อารมณ์มั่กๆๆๆๆ 5555 ชอบๆ สนุกดี แทนที่จะน่ากลัวเลยขำคนดูแทน หนังเอาหนัง สี่ห้าเรื่องมาร้อยเป็นเรื่องเดียวโดยอาศัย เป้ยปานวาดเป็นตัวเชื่อม โดยเรื่องนี้ เป้ยรับบทเป็ฯคนเก็บศพ ซึ่งต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องเล่าวิญญาณต่างๆที่ไม่เหมือนกัน ผีตัวแรกก็น่ากลัวแล้ว ดูแล้วหลอนมากๆ เป็นผีในห้องน้ำหญิงที่ชั้นห้าของ
มหาลัยแห่งหนึ่ง นึกภาพแล้วขนหัวลุก ผีตัวที่สองเป็นผีที่สิงอยู่ในลิฟท์ที่นักศึกษายุคเรียกร้องประชาธิปไตย ถูกทหารยิงตายคาลิฟท์ ทำให้คอยหลอกหลอนผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักศึกษาน้องใหม่ที่ดันเป็นลูกหลานของนักการเมืองต้นเหตุในสมัยนั้น เรื่องถัดมาเป็นเรื่องของนิสิตหมอฟันที่ดันอาสาไปเฝ้าห้องดับจิตเลยเกิดเรื่องเมื่อสองนักศึกษาขี้เล่น เล่นจนเลยเถิดโชคดีนะที่ผีเรื่องนี้ นิสัยดี ไม่เอาจนตาย แต่ดันมาช่วยชีวิต ขอบอกว่า ผีที่แสดงหน้าตาจืดได้ใจ ดูแล้วเหมือนคนตายจริงๆ พูดแล้วขนลุก สุดท้าย ใกล้ตัวเป้ยสุดๆ เพราะเป็นเพื่อนสนิทของเป้ยเอง ที่ถูกคนโรคจิตฆ่าตาย เรื่องนี้ไม่ค่อยชอบเลย เพราะดูแล้วตัวแสดงเป็นคนที่ถูกฆ่าเล่นแข็งไปหน่อย ดูแล้วเหมือนเด็กเล่นมากกว่าที่จะเป็นนักแสดงมืออาชีพ แต่ตอนเป็นผี คนทำCG ทำได้ดีมากเลย ขาด้วนคลานขึ้นบันไดบ้าน หลอนมั่กๆ นอกนั้นก็โอเค รวมๆหนังเรื่องนี้ ดูสนุกมาก เป็นหนังผีฝีมือเข้าขั้นเดียวกันกะ สี่แพร่ง ห้าแพร่งเลย เราจัดให้อยู่ในระดับเดียวกันเลยนะ ถือว่าสุดยอด แถมเรายังถูกอุปทานหมู่ ทำให้บรรยากาศในการดูหนังสนุกมากยิ่งขึ้นไปอีก แหม นับว่าเป็นหนัง
ผีที่ชอบอีกเรื่องเลยจริงๆนะ เรื่องนี้เราให้ 9.1 นะ
วันถัดไปเหตุการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้นอีก เมื่อทีมกู้ภัยของ หมวย จำเป็นต้องส่งศพหญิงสาวนิรนามที่ถูกฆ่าตายแล้วโยนศพลงน้ำไปที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ประเสริฐ (ปองสิชฌ์ พิศิษฐการ) นักศึกษาแพทย์ที่ฝันอยากจะเป็นทันตแพทย์มือหนึ่ง ได้รับมอบหมายจากอาจารย์ให้มาเฝ้าห้องดับจิต และคืนนั้น คนที่กลัวผีจนขึ้นสมองอย่าง ประเสริฐ จะต้องเฝ้าศพหญิงสาวนิรนามที่ถูกฆ่าตายอย่างทารุณเพียงคนเดียว...เรื่องราวสุดผวายังคงวนเวียนอยู่กับ หมวย แต่คราวนี้มันกลับพุ่งเป้ามาที่คนใกล้ตัวของเธอ นั่นคือ สา (แอนนา รีส) ซึ่งอยู่ในหอพักที่มีเรื่องเล่าสุดสยองของผีสาวรักเพื่อน ซึ่งทำให้ หมวย ได้พบกับความจริงที่เกิดขึ้น ความจริง... ที่เธอมิอาจลืม.jpg)
Labels: Ghost, Thai Movie