Friday, July 10, 2009,7/10/2009 04:47:00 PM
The Secret of Moonacre : อภินิหารมนตรามหัศจรรย์
เมื่อตอนที่ไปดูเรื่องวงษ์คำเหลา อาทิตย์ที่แล้ว ช่วงที่ดูหนังตัวอย่างอยู่ก็ปรากฏว่า มีหนังตัวอย่างเรื่องนี้ฉายให้ดูด้วย แต่ที่ตลกก็คือ ภาพไม่ค่อยชัดเลย แถม ซับไตเติ้ลก็เป็นภาษาเกาหลีด้วย แต่ที่เห็นแล้วน่าตื่นตาตื่นใจก็คือ มันมีฉากที่เป็นแฟนตาซีเยอะมากๆ มีทั้งม้า ยูนิคอน มีพระจันทร์ดวงเบ้อเริ่มชนโลกจนน้ำทะเลล้น ดูอลังการยิ่งนัก แต่ก็เกิดคำถามในใจว่า ปกติถ้าหนังมันฟอร์มดีขนาดนี้ มันน่าจะมีหนังตัวอย่างมาให้เห็นตั้งนานแล้วนา
วันนี้ เราได้มานั่งในโรง เมเจอร์บางกะปิ รอบแรกที่มีคนดูเรื่องนี้แค่ สามคน ไม่รู้เป็นเพราะ ไข้หวัด 2009 หรือเปล่า แต่ที่นี่ฉายโรงเดียวเองนะ เป็นพากษ์ไทยด้วย ความรู้สึกว่าหนังจะห่วยก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจแบบเงียบๆล่ะ เอาน่ะดูไปก่อน ดูไปดูมาก็พอใช้ได้นี่ ดาราเด็ก ดาโกต้า ที่เคยเล่น ในอภินิหารเข็มทิศทองคำ ตอนนี้ โตเป็ฯวัยรุ่นแล้ว หน้าตาสวยมากๆ เราว่าอีกหน่อยคงเป็นนางเอกได้สบายเลย เรื่องนี้เธอได้มรดกเป็นหนังสือเล่มนึงที่เล่าประวัติเกี่ยวกับความเป็นมาของครอบครัว พูดง่ายๆ ก็คือ เป็นนิทานดีดีนี่เอง เราจะไม่พูดถึงเนื้อเรื่อง แต่อยากพูดเรื่องเกี่ยวกับฉากแฟนตาซี ในเรื่อง ที่เราชอบสุดๆ ก็คือ ฉากใกล้จบที่พระจันทร์มาแตะโลก แล้วน้ำทะเลล้นเป็นคลื่นซึนามิ โดยที่คลื่นที่วิ่งเข้าหาฝั่งมีม้ายูนิคอนอยู่ในคลื่นด้วย ดูแล้วตื่นตาตื่นใจ สมจริงมั่กๆ ฉากแฟนตาซีอื่นๆก็งั้นๆ อ้อ อยากพูดถึงสิงโตดำด้วย เราว่า น่าจะไปยืมสิงโตจากนานียมาแสดงนะ 5555 เพราะสิงโตในเรื่องนี้ ขนหรอมแหรม จนดูไม่สง่าเลย เหมือนเป็นขี้เรื้อนอ่ะ ดูแล้วตลก น่าสงสาร ใครที่อยากจะมาดูฉากอฟนตาซีเยอะๆ แบบ แฮรี่พอตเตอร์ อย่าหวัง เพราะฉากที่น่าดูสุด ก้มีฉากเดียวอย่างที่เล่าไปแล้ว ที่เหลือก็งั้นๆ มิน่า ถึงไม่มีคนดู
รวมความว่า ภาพรวมดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เหมาะกับเด็กๆมากกว่า เพราะเอานิทานมาทำทั้งดุ้น แต่อย่างน้อย ก็มีคติเตือนใจ สอนเรื่องความโลภว่าอย่าโลภมาก แต่ขอบอกว่ ฉากพระจันทร์นั้น ตราตรึงใจจริงๆนะ สวยมากจริงๆ แต่มันน้อยไปหน่อย อยากดูฉากเว่อๆแบบนี้เยอะๆ สรุปแล้ว เนื้อเรืองธรรมด๊า ธรรมดา ฉากแฟนตาซีอลังการจริงแต่น้อยไปหน่อย เราให้ 6.8 ก็ไม่เลวเท่าไหร่
เรื่องย่อ : มาเรีย เมอร์รีเวเธอร์ (ดาโกตา บลู ริชาร์ดส์) คือเด็กสาววัย 13 ปีที่เพิ่งเสียพ่อของเธอไป มรดกที่พ่อทิ้งไว้ให้เธอมีเพียงหนังสือเล่มเดียว ซึ่งทำให้เธอต้องจำใจย้ายออกจากที่พักหรูหราในลอนดอน ไปอาศัยที่มูนเอเคอร์ มาเนอร์ ซึ่งอยู่ในชานเมืองอันลึกลับ ร่วมกับ เซอร์ เบนจามิน (โยอัน กริฟฟิดด์) ผู้ชายท่าทางแปลกๆ ที่เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าคือลุงแท้ๆจากนั้นไม่นาน มาเรีย ค้นพบว่าหนังสือที่เธอได้รับจากพ่อ เล่าถึงประวัติความเป็นมาของความขัดแย้งระหว่าง ตระกูล เมอร์รีเวเธอร์ และตระกูล เดอ นัวร์ อันชั่วร้าย ในการช่วงชิงกันครอบครองไข่มุกเวทมนตร์ และเมื่อเธอได้อาศัยอยู่ใน มูนเอเคอร์ วัลเลย์ สถานที่ซึ่งได้รับแสงจันทร์มากที่สุดบนโลก มาเรีย ก็พบว่าแท้จริงแล้วเธอคือเจ้าหญิงแห่งจันทราองค์สุดท้าย มาเรีย ต้องพยายามรักษาครอบครัวเอาไว้ด้วยการหาไข่มุกเวทมนตร์ให้พบ ก่อนที่พระจันทร์จะเต็มดวงครั้งที่ 5,000 ซึ่งจะทำให้ มูนเอเคอร์ วัลเลย์ ถูกดูดกลืนหายไปในท้องทะเลตลอดกาล
Synopsis : When 13 year old Maria Merryweather's (Dakota Blue Richards) father dies, leaving her orphaned and homeless, she is forced to leave her luxurious London life to go and live with Sir Benjamin (Ioan Gruffudd), an eccentric uncle she didn't know she had, at the mysterious Moonacre Manor.Soon Maria finds herself in a crumbling moonlit world torn apart by the hatred of an ancient feud with the dark and sinister De Noir family. Maria discovers that she is the last Moon Princess and, guided by an unlikely mix of allies, she must overcome her family's pride in order to unearth the secrets of the past before the 5000th moon rises and Moonacre disappears into the sea forever.

Labels: , ,

 
posted by Apica Rungsiuthai
Permalink0 comments
Sunday, July 5, 2009,7/05/2009 04:19:00 PM
Nymph : นางไม้
ช่วงนี้มีโปรโมชั่นเด็ดๆ สำหรับคนเติมน้ำมันรถอีกแล้ว คราวนี้ เป็นสามค่ายเลย คือ ธนาคาร กสิกรไทย ปตท แล้วก็ เอสเอฟ โดยมีกติกาว่า ให้เอาสลิปบัตรเครดิตที่ไปเติมน้ำมันที่ปั๊ม ปตท มูลค่า 600 บาท สองใบไปแลกตั๋วได้ฟรี ที่เอสเอฟ เราว่า เวิร์คนะ เพราะเราเองก็เติมน้ำมันอยู่แล้ว ( ถึงจะเติมเดือนละนิดเดียวก็เหอะ 5555 ) เพราะฉะนั้น โปรนี้เลยโดนใจมากกกก และแล้วเก็เลือกมาใช้สิทธินี้ที่ สาขาเดอะมอลบางกะปิ เราเลือกดู เรื่องนางไม้ เพราะเราคิดว่า น่าจะคุ้มค่าตั๋ว ถึงแม้ว่า จะเป็นตั๋วฟรีก็เหอะ
หนังเรื่องนี้ สมแล้วที่เป็นหนังของ เป็นเอก ดูกี่เรื่องกี่เรื่อง ก็สไตล์นี้ทุกเรื่อง คือ เงียบ คนกำกับ คงอยากให้อารมณืหนังพาคนดูไปเรื่อยๆ แทนที่จะใช้ดนตรีช่วย ก็ดีนะ แต่ดูแล้วเครียด ตัวเราเอง ค่อนข้างโอเคกับหนังสไตล์นี้แล้ว แต่อดเป็นห่วงคนดู คนอื่นไม่ได้ รอบที่เราดู คนก็ไม่น้อยนะ คงมาดูเพราะแรงโปรโมทมากกว่าแหละ เราว่า
หนังเดินเรื่องไปเรื่อยๆ ฉากส่วนใหญ่ไม่ต้องลงทุนเลย เพราะมีถ่ายสองที่คือ ที่บ้าน กับป่า เรื่องนี้ คงไม่เปลือง สตูดิโอเลย เปลืองแต่ฟิล์มอย่างเดียว ค่าตัวดาราก็คงไม่เท่าไหร่มั๊ง จ้างดาราโนเนมทุกคนเลย รวมๆแล้วเราว่า ลงทุนไม่น่าเกิน ล้านนึง เนื้อเรื่องของหนังไม่มีอะไรเลยจริงๆ เป็นเรื่องของผัวเมียที่เบื่อกัน เมียมีกิ๊ก วันนึง ผัวพาเมียไปเที่ยวป่า แล้วก็เลย เตลิดเปิดเปิงไปกับ นางไม้ จนกู่ไม่กลับ จบ เนี่ยมีแค่นี้จริงๆ แล้วคนสร้างก็ถ่ายไปสิ วิว ในป่า ซึ่งไม่ได้มีความสวยงามเลย เป็นป่ารกๆ บ้านๆ แบบที่เราไปเดินมานั่นแหละ ขากลับ ตอนเดินออกจากโรง เราได้ยินคนดู บ่นกันเต็มเลย ว่าดูไม่รู้เรื่อง เรานึกในใจ พวกมีง นึกเหมือนกู ตอนดูหนังของเป็นเอก ใหม่ๆเลย ตอนนี้ เราชินแล้ว 5555
รวมๆ เราว่า หนังนำเสนอมุมมองใหม่ในแนวของเนื้อเรื่องที่เป็นแบบไทยๆ แต่มีความเป็นสากลในแง่ของความเชื่อ เพราะเห็นทุกชาติทุกภาษาก็มีนางไม้ด้วยกันทั้งนั้น แหละ แต่เรื่องนี้ นางไม้ไทยไม่ใส่เสื้อผ้านะ ประหยัดดี เนื้อเรื่องก็งั้นๆ ไม่สลับซับซ้อนเกินที่เราจะเข้าใจได้ ที่อยากบอกคือ เนื้อเรื่องมันหลวมไปหน่อย ไม่ค่อยมีอะไรน่าติดตาม โทนหนังโคตรเงียบ ดูแล้วอึดอัด เราให้ 6 ก็พอ
เรื่องย่อ : เมย์ (วนิดา เติมธนาภรณ์) เป็นสาวทันสมัยวัยทำงานในสังคมเมือง เธอมีพร้อมทุกอย่าง ทั้งธุรกิจส่วนตัวที่กำลังไปได้สวย และความรักที่ได้รับจาก นพ (นพชัย ชัยนาม) ช่างภาพฝีมือดีและสามีของเธอที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมานาน แต่ด้วยวิถีชีวิตแบบคนเมืองที่มักใช้ชีวิตหมดไปวันๆ โดยไม่มีเวลาคิดอะไร เมย์ ปล่อยให้ตัวเองมีความสัมพันธ์ลับๆ กับ กรณ์ (ชมะนันท์ วรรณวินเวศร์) ผู้ชายที่มีภรรยาอยู่แล้วคนหนึ่ง วันหนึ่ง นพ ต้องเดินทางไปทำงานถ่ายภาพธรรมชาติในป่า เขาจึงพา เมย์ ไปด้วยเพราะต้องการหาเวลาที่จะอยู่กับเธอให้มากขึ้น แต่ เมย์ ก็ยังคงใช้ชีวิตแบบคนทำงานในเมืองเช่นเดิม เพียงแค่เปลี่ยนสถานที่จากออฟฟิศมาเป็นเต็นท์ในป่าท่ามกลางธรรมชาติเท่านั้น ขณะที่ นพ เริ่มออกเดินเข้าป่าอันเงียบสงบเพียงลำพัง เพื่อเก็บภาพธรรมชาติที่เขาพบเจอ เขารู้สึกเหมือนตนเองสามารถสื่อสารและสัมผัสธรรมชาติที่งดงามกลางป่าเปลี่ยว และทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวของเขาได้ แม้มันจะเป็นสิ่งที่เขาไม่คุ้นเคย จากนั้นเขาก็หายตัวเข้าไปในป่าอย่างลึกลับ เมย์ พยายามออกค้นหาเท่าไรก็ไม่พบสามีของเธอ เมย์ เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนทำร้ายสามี ท่ามกลางความโดดเดี่ยวที่ เมย์ กำลังเผชิญอยู่ ยิ่งเธอรู้สึกต้องการ นพ มากขนาดไหน นพ ก็ยิ่งห่างไกลมากขึ้นไปทุกที และขณะที่เธอกำลังเศร้าใจกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ จู่ๆ สามีของเธอก็กลับมา แต่การกลับมาของ นพ ในครั้งนี้ เขาไม่เหมือนเดิม
Synopsis : May, an urban working girl seems to have everything in her life. She's lucky in life and love, especially the love that Nop, a talented photographer gives to her. But, May's urbanized lifestyle takes her into the world of seduction as she secretly starts a liaison with Korn, a guy who's already got a wife. Their passion for one another never ends.

Labels: ,

 
posted by Apica Rungsiuthai
Permalink0 comments
,7/05/2009 04:16:00 PM
Ice Age: Dawn of the Dinosaurs – ไอซ์ เอจ เจาะยุคน้ำแข็งมหัศจรรย์ 3: จ๊ะเอ๋ไดโนเสาร์
ช่วงนี้ พอมีหนังดังๆที่บอกว่าจะฉายแนวสามมิติ หรือ ระบบ ดิจิตอล เรารู้สึกเฉยๆนะ ไม่ได้ตื่นเต้นเหมือนเมื่อก่อนอีกละ ก็หมายความว่า ถ้ามันตรงกับช่วงที่เราว่างเราก็ดู แคถ้าไม่ตรงกับเวลาที่สะดวกก็ไม่เอาดีกว่า ไม่เหมือนแต่เดิมที่จะต้องเลือกโรงที่เป็นดิจิตอลก่อน คงเซ็งแล้วมั๊ง นี่ขนาดโรงเมเจอร์นี่โฆษณาว่า เป็นโรงเดียวในบางกะปิ ที่ฉายระบบนี้ เราก็ฟัง เออ แล้วไง นี่แสดงว่า เฉยๆจริงๆนะเนี่ย
เห็นโฆษณาที่ฉายก่อนเรื่องนี้จะเข้าโรงก็ยอมรับว่าอยากดู เพราะคิดถึง กระรอกในเรื่อง 5555 พูดแล้วก็ขำ น่ารักดี แล้วี่เมื่อไหร่มันจะได้กินลูกนัทนั่นซะทีก็ไม่รู้ แต่ภาคนี้ ที่ฉายในตัวอย่างเห็นมีการเจอกับแฟนสาวด้วยนี่ ดูแล้วน่าสนุก แต่เนื้อเรื่อง ก็ยังคงเป็นไปแนวเดิมคือ ตามหาลูกนัทนั้นเอง ดูเหมือนเนื้อเรื่องของ Ice age จะแบ่งเป็นสองเรื่องอยู่ในเรื่องเดียวกันมาตลอด คือ กลุ่มสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่เจอเหตุการณ์อะไรซักอย่าง กับ เจ้ากระรอกตามหาลูกนัท ซ้อนกันอยู่ในเรื่องเดียวกัน ก็ดีนะ ดูแล้วก็เพลินดี เหมือนเบรกอารมณ์ตัวเองเป็นพักๆ เพราะเราว่า เนื้อเรื่องจริงๆของมันนี่เครียดนะ สู้ หนี ไดโนเสาร์ แน่นอนแหละ คงไม่มีการตายหรอก เพราะว่ามันเป็นการ์ตูน ยังไม่เคยเห็นการ์ตูนฝรั่งแนวนี้ มีการตายซักที 555 ถ้ามีคงแปลกพิลึก เด็กดูแล้วคงไม่ค่อยดีเทาไหร่มั๊ง
เรื่องนี้ถ้าไม่มีตัวละครใหม่ๆแบบไดโนเสาร์ เราคงเบื่อ เพราะมุขต่างๆเราก็เรื่มไม่ค่อยขำแล้ว นี่คงเป็นจุดอ่อนของหนังแนวหลายๆภาค เพราะตัวละครเรื่มซ้ำ เรารู้นิสัย บุคลิกของตัวละคร รู้ว่ามันจะพูดประมาณไหนแล้ว เลยไม่ค่อยมีอะไรให้ลุ้นแล้ว พูดไปพูดมาเหมือนเพ้อเจ้อ เข้าเรื่องดีกว่า เนื้อเรื่องภาคนี้ก็เป็นการหนีไดโนเสาร์อย่างที่บอก แต่ว่าแฮปปี้เอนดิ้งตามคอนเซปท์หนังแนวครอบครัว สอดแทรกบทพูดขำๆบ้างตามสูตรสำเร็จของหนังแนวนี้
ก็ไม่มีอะไรโดเด่นนัก ดีนะเนี่ยไม่ได้ไปดูดิจิตอลสามมิติ ไม่งั้นเสียดายตังค์แย่เลย 555 เพราะราคาแพงกว่าประมาณ ร้อยนึง ก็เยอะอยู่นา สำหรับสมัยนี้ คนดูก็พอแระมาณ ไม่มากไม่น้อย แต่เราว่าหนังเรื่องน้ในไทยคงไม่ได้เงินเท่าไหร่หรอก เท่าที่ดูจกกระแสคนดูนะ เอาเป็นว่าดูไปเพลินๆ แต่เด็กคงชอบแหละ ส่วนตัวเราให้ 7 นะ ไม่มากไปกว่านี้
เรื่องย่อ : ชีวิตของพลพรรคยุคน้ำแข็งกำลังจะเปลี่ยนไป เริ่มจากเจ้ากระรอก สแคร็ต (คริส เวดจ์) ซึ่งยังคงไล่ล่าเม็ดถั่วที่ยังคงตามหลอกหลอนชนิดไม่รู้จักเหน็ดไม่รู้จักเหนื่อย ในขณะเดียวกันก็อาจจะตามล่าหารักแท้ไปพร้อมๆ กันด้วย เพราะเขาได้พบกับกระรอกเขี้ยวดาบสาวชื่อ สแคร็ตตี (คาเรน ดิชเชอร์) คู่รักแมมมอธ แมนนี (เรย์ โรมาโน) กับ เอลลี (ควีน ลาติฟาห์) กำลังเฝ้าตั้งตารอคอยการถือกำเนิดของลูกแมมมอธตัวน้อยของทั้งคู่ ด้วยความตื่นเต้นกระวนกระวาย ส่วนเสือเขี้ยวดาบ ดิเอโก (เดนิส เลียรี) เริ่มหวั่นใจว่าจะเสียชาติเกิด เพราะนับวันที่ใช้ชีวิตอยู่กับผองเพื่อน ก็ยิ่งทำให้เขาอ่อนโยนขึ้นทุกที ตัวสลอธสันหลังยาว ซิด (จอห์น เลกวิซาโม) ก็อยู่ดีไม่ว่าดี พยายามจะสร้างครอบครัวขึ้นมาบ้าง ด้วยการไปอุ้มไข่ไดโนเสาร์มาฟูมฟัก จนหลงไปอยู่ในโลกใต้ดินสุดลึกลับ เพื่อนๆ จึงต้องยกก๊วนกันเข้ามาปฏิบัติภารกิจช่วยชีวิต ซิด ผู้อับโชค ในดินแดนที่เต็มไปด้วยไดโนเสาร์ นอกจากไดโนเสาร์แล้ว ดินแดนแห่งนี้ยังมีพืชกินคน ตัววีเซลตาเดียวที่ชื่อ บัก (ไซมอน เพกก์) และเขตอันตรายที่ได้ยินแค่ชื่อก็ขนพองสยองเกล้าอย่างหุบเหวแห่งความตาย และจานแห่งความปวดร้าว ขนาดแมมมอธ แมนนี ที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่เบิ้มแห่งยุคน้ำแข็ง ยังรู้สึกกระจิ๋วหลิวในโลกมหัศจรรย์มหึมาแห่งนี้
Synopsis : Life begins to change for Manny (Ray Romano) and his friends: Scrat (Chris Wedge) is still on the hunt to hold onto his beloved acorn, while finding a possible romance in a female sabre-toothed squirrel named Scratte (Karen Disher). Manny and Ellie (Queen Latifah), having since become an item, are expecting a baby, which leaves Manny anxious to ensure that everything is perfect for when his baby arrives. Diego (Denis Leary) is fed up with being treated like a house-cat and ponders the notion that he is becoming too laid-back. Sid (John Leguizamo) begins to wish for a family of his own, and so steals some dinosaur eggs which leads to Sid ending up in a strange underground world where his herd must rescue him, while dodging dinosaurs and facing danger left and right, and meeting up with a one-eyed weasel known as Buck (Simon Pegg) who hunts dinosaurs intently.

Labels: ,

 
posted by Apica Rungsiuthai
Permalink0 comments
,7/05/2009 04:14:00 PM
Wongkamlao : วงษ์คำเหลา
อย่างที่เคยบอกแหละว่า เป็นคนที่ไม่ชอบหม่ำเลย ไม่ชอบในแง่ของบุคลิกภาพ แต่ไม่ใช่ว่าเกลียดอะไรเค้าหรอกนะ เพียงแต่รู้สึกว่า ตลกคนนี้ ทำไมพูดจาไม่สุภาพเลย สังเกตจากในทีวี มักจะถูกดูดเสียงเป็นประจำ ทั้งในจอและ บทสัมภาษณ์ แต่มันก็คนละเรื่องกับผลงาน เรื่องผลงานเราก็ต้องถือว่า หม่ำเป็นคนที่รู้จุดคนดู ว่าจะต้องทำอะไร ยังไง คนถึงหัวเราะ และนั่นแหละ คือสิ่งที่เรานับถือตลกคนนี้ แม้ว่าเราจะมีอคติกับหม่ำนิดๆก็ตาม
เราแทบไม่เคยดูหนังที่หม่ำสร้างเลยนะ เพราะอคติที่ว่า แต่เมื่อเราโตขึ้น ( แก่ขึ้น นั่นแหละ 555 ) เราก็เริ่มแยกระหว่างตความเป็นส่วนตัว กับงาน เราเข้าใจเลยว่า ทำไมคนถึงชอบหนังของหม่ำ ก็หนังดูง่าย ไม่ซับซ้อน ไม่เครียด ดูเป็นชาวบ้านมากๆ สังเกตให้ดี จะเห็นว่า หนังของหม่ำ มักเกาะกระแสหนังดัง อย่างที่ผ่านมา ก็ออกแนวบู๊ เกาะกระแสเจมส์บอน ส่วนเรื่องนี้ ดูไปได้ห้านาทีก็สรุปได้เลยว่า ล้อเลียนเรื่องบ้านทรายทอง ตัวละครก็อปปี้มาเกือบหมด ทั้งบ้านเลยก็ว่าได้ แต่เนื่องจากเราชอบเรื่อ
บ้านทรายทองอยู่แล้ว เวลามาดูหนังล้อเลยขำเข้าไปใหญ่ รวมทั้งคนดูในโรงด้วยที่ช่วยกันหัวเราะกันลั่นโรง แต่ถ้าให้เปรียบเทียบกับเรื่อง แหยมยโสธร นะ เราว่า เราชอบเรื่องแหยมมากกว่า เพลงเพราะ ดาราเล่นตลกดี เรื่องนี้ คนที่เป็นคนใช้กระเทยนั่น เราว่า เล่นแรงไปนิดนึง เลยดูกักขฬะ มากกว่าจะดูตลกอ่ะ ส่วนหม่ำเรื่องนี้ หล่อเป็นพิเศษเพราะใส่สูทตลอดเรื่อง จักจั่น เราเพิ่งเห็นเต็มตาเป็นครั้งแรก สวยมากๆๆๆๆ น่าจะมีคนจ้างมาแสดงหนังใหญ่อีก เพราะเล่นดีเหมือนกัน ดูแล้วหลงรักเลยในบัดดล
รวมๆนะ ค่อนข้างชอบ ตัวละครที่ชอบมากที่สุด เรียงตามความชอบ สี่อันดับแรก คือ ตุ๊กกี้ จักจั่น อาภาภรณ์ นครสวรรค์แล้วก็ ฉันทนา กิตติยาพันธ์ ที่เหลือก็งั้นๆ สี่คนนี้ให้คะแนนเต็มเลย เล่นดี ขำมากๆ หม่ำมาเป็นอันดับห้า เพราะบทนี้ ไม่ค่อยมีอะไรให้ขำ เพราะต้องทำหน้านิ่งหล่อ ตลอดเวลา เลยดู ธรรมดา ผิดกับ สี่คนที่ว่า บทพูดกับแอคติ้ง ตลกมากๆ รวมๆ เรื่องนี้เราให้ 7.3 นะ ก็พอดูได้ พอทนอ่ะ
เรื่องย่อ : ท่านชายเพชราวุธ (เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา) คือหนุ่มนักเรียนนอกผู้เงียบขรึม มีหน้าที่ดูแลธุรกิจมูลค่าพันล้าน วงษ์คำเหลาจิวเวอร์รี และอภิมหาคฤหาสน์อลังการประจำตระกูล นอกจากนี้ยังเป็นเสาหลักของสมาชิกตระกูล วงษ์คำเหลา ที่ว่ากันว่าแต่ละคนล้วนเอ่อล้นไปด้วยเสน่ห์เจิดจรัส โดดเด่นท้าทายทุกสายตาในสังคมชั้นสูงอย่างไม่เป็นสองรองตระกูลมหาเศรษฐีรายใดในประเทศ ความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่เกิดขึ้นในตระกูลเมื่อ พิรมน (อคัมย์สิริ สุวรรณศุข) ครูสอนภาษาอังกฤษประจำตัวคนใหม่ของ จูเนียร์ (เฉลิมศักดิ์ แย้มขะมัง) น้องชายคนเล็กของตระกูล ปรากฏตัวขึ้น หญิงสาวผู้งามหมดจดทั้งรูปร่างหน้าตาและก้านสมองคนนี้ ทำให้ ท่านชายเพชราวุธ ผู้เก็บงำความรู้สึกเกิดอาการตกหลุมรักเข้าอย่างจัง เช่นเดียวกับ ท่านเป้า (อนุวัตน์ ทาระพันธ์) คู่หมั้นของ หญิงพราวแพรว (อาภาพร นครสวรรค์) ที่เกิดอาการตาสว่าง อยากเปลี่ยนคู่หมั้นแทบทันที ขากรี๊ดปรี๊ดแตกอย่าง หญิงพราวแพรว ยอมไม่ได้ หันไปร่วมมือกับ หญิงนุช (สุดารัตน์ บุตรพรหม) เจ้าแม่แฟชั่นที่เป็นน้องสาวของ ท่านเป้า ซึ่งกำลังตกอยู่ในภาวะแห้วรับประทานเช่นกัน เพราะจู่ๆ ก็จะต้องสูญเสีย ท่านชายเพชร ที่หมายมั่นมานานนมไป ทั้งสองร่วมกันงัดแงะกลเม็ดสุดแพรวพราวเพื่อกันท่าและขวางลำอย่างสุดชีวิต มิให้ยอดชายในดวงใจกับ พิรมน ครอบครองหัวใจของกันและกันได้สำเร็จ นอกจากนี้ ท่านชายเพชร ยังต้องแก้ไขเรื่องราววุ่นๆ ของสมาชิกตระกูล วงษ์คำเหลา คนอื่นๆ อย่างคุณหญิงแม่พราวพิลาศ (ฉันทนา กิติยพันธ์) ผู้รักความเป็นผู้ดีทุกอณูแห่งลมหายใจ หญิงใหญ่พลอยวรินทร์ (เทียมใจ วงษ์คำเหลา) สาวโสดทึนทึกสุดเฮี้ยบ ท่านปู่พรจรัส (สมชาย ศักดิกุล) ผู้ชอบเก็บตัวอย่างลึกลับ แล้วยังมีสาวใช้สุดแสบอย่าง ผักบุ้ง (สุพัฒน์ ศรีนวล) และ นายเขื่อง (เดฟ ดวงดี) ผู้เป็นทั้ง โชเฟอร์ (คนขับรถ) และ การ์เดนเนอร์ (คนสวน) ของตระกูล
Synopsis : Popular comedian turns to director, Mum Jokmok, has succeeded in his self-directed movies through the past few years. This time he's back with a romantic comedy called Wongkamlao, that he both self-directs and stars. Wongkamlao tells the story of Petcharawut (Mum Jokmok), the heir of Wongkamlao Family, an extremely wealthy family that runs jewelry business, who falls in love with Piramon (Akamsiri Suwanasuk), who is an English tutor for his own younger brother. But the love affair between the rich and the poor always comes with conditions and obstacles. Petcharawut and Piramon inevitably confront the turmoils caused by Wongkamlao's unusual family members, as well as struggle in the world of jealousy, secret, and fun of Wongkamlao.

Labels: ,

 
posted by Apica Rungsiuthai
Permalink0 comments
,7/05/2009 04:09:00 PM
Transformers: Revenge of the Fallen : ทรานส์ฟอร์เมอร์ส อภิมหาสงครามแค้น
ไปดูมานานแล้วตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนา แต่ไม่มีเวลาเขียนซักที ไปดูฟรีอีกตามเคยที่ พารากอน งานนี้ เป็นตั๋วฟรี จาก SCB-Life บริษัท ประกันชีวิต คนล้นหลามมากๆ นี่แหละน้า ตั๋วฟรี ก็อย่างนี้แหละ ดึงคนได้เสมอ 5555
ติดใจ ความอลังการมาตั้งแต่ภาคแรก เนื้อเรื่อง ก็มันส์ดี แต่เราว่าภาคนี้ ร็สึกว่าจะยาวกว่า ภาคแรกนะ เพราะรู้สึกว่า จะดูประมาณ สองชั่วโมงครึ่ง แต่ไม่รู้สึกเบิ่อเลย เพราะเนื้อเรื่องน่าตื่นเต้นเร้าใจตลอดเวลา ภาพก็ใหญ่โตมากๆ ( เพราะเราได้ที่นั่งใกล้จอ 5555 ) นอนไม่หลับเลย ที่น่าทึ่งก็คือ หุ่นยนต์ต่างๆในเรื่องที่แปลงสภาพมาจาก รถมั่ง เครื่องยนต์ต่างๆมั่ง ดูแล้วก็นึกชม คนคิด ช่างคิดเหลือเกิน คิดได้ไง แต่ที่น่าชมที่สุดคือ คนทำ CG เพราะทำได้สมจริงสมจัง ดูแล้วคุ้มค่าเงินมั่กๆ ต่อให้เสียเงินดูก็คุ้ม หนังเรื่องนี้ นอกจากจะโชว์จินตนาการแล้ว ก็โชว์ CG แค่นั้นแหละ เนื้อเรื่องไม่ต้องพูดถึง เว่อสุดๆ แต่ก็สนุกนะ ดูให้มันจบๆไปอย่าไปคิดมาก 5555
คนที่ชอบดูผู้หญิงสวยๆ แนะนำให้ไปดูเรื่องนี้โดยด่วน เพราะนางเอก สวยเซ็กซี่ จริงๆ โผล่มาฉากแรก ก็ใส่กางเกงขาสั้น ยืนแอ่นโชว์บั้นท้าย จนมองเห็นอะไรๆไปถึงไหนๆ ไม่อยากพูด เดี๋ยวหาว่าลามก 555
สรุปแล้ว คุ้มค่าเงินหลายๆ ฉากต่างๆอลังการงานสร้าง ฝีมือ การทำ CG ต้องยกนิ้วหัวแม่โป้งให้สองอัน แถมที่ขา อีกสองอันเป็นสี่อันเลย สุดยอดจริงๆ ดูแล้วตื่นตาตื่นใจ หนังถ่ายทำที่อียิปต์ กับ จอแดน เป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้น เรื่องความโอ่อ่า ของสิ่งก่อสร้างไม่ต้องพูดถึง ใหญ่โต มากๆ เหมือนไปเที่ยวเอง พูดง่ายๆ ดูแล้วคุ้มค่าเงิน เนื้อเรื่อง เว่อไปหน่อยแต่ก็ดูสนุก พระเอกนางเอก โอเค รวมๆแล้ว เราให้ 8 นะ
เรื่องย่อ : 2 ปีผ่านไปนับตั้งแต่หนุ่มน้อย แซม วิตวิกกี (ไชอา ลาบัฟ) ช่วยจักรวาลให้รอดพ้นจากสงครามระหว่างหุ่นยนต์จากต่างดาว แม้จะสร้างวีรกรรมสุดขั้วมาแล้ว แต่ แซม ยังคงเป็นวัยรุ่นธรรมดาที่มีปัญหาว้าวุ่นใจไม่เว้นวัน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนต่อมหาวิทยาลัย การทิ้ง มิคาเอลา (เมแกน ฟ็อกซ์) แฟนสาวของเขาเอาไว้ที่บ้านเกิด และยังต้องห่างจากพ่อ (เควิน ดันน์) และแม่ (จูลี ไวต์) เป็นครั้งแรกอีกด้วย แซม พยายามอธิบายให้ บัมเบิลบี หุ่นยนต์คุ้มครองของเขาเข้าใจถึงเหตุผลที่เขาต้องจากบ้านไป และพยายามใช้ชีวิตนักศึกษาธรรมดาๆ ร่วมกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนจอมจุ้นจ้านอย่าง ลีโอ (รามอน ร็อดริเกวซ) และ อลิซ (อิซาเบล ลูคัส) แต่แล้วชีวิตอันสงบสุขของ แซม ก็ถูกรบกวนอีกครั้ง เมื่อเขาเห็นภาพแปลกๆ แวบขึ้นมาในหัวราวสายฟ้าแลบ แซม กลัวว่าตนอาจกำลังวิกลจริตเหมือนคุณปู่ เขาจึงเก็บเรื่องนี้เป็นความลับขณะเดียวกันนั้น สงครามระหว่าง ออโตบอตส์ กับ ดีเซปติคอนส์ ยังดำเนินไปอย่างลับๆ เซกเตอร์ 7 ถูกยุบไป และเจ้าหน้าที่ผู้ภักดี ซิมมอนส์ (จอห์น เทอร์ทูโร) ถูกไล่ออก องค์กร เนสต์ ถูกตั้งขึ้นมาแทนที่ มีนายทหารผู้มีประสบการณ์ภาคสนามอย่าง เลนนอกซ์ (จอช ดูฮาเมล) และ เอปป์ส (ไทรีส กิบสัน) ทำงานเคียงข้างไปกับกลุ่ม ออโตบ็อตส์ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับ ดีเซ็ปติคอนส์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ธีโอดอร์ กัลโลเวย์ (จอห์น เบนจามิน ฮิกกี) เล็งเห็นถึงอันตรายของ เนสต์ ที่คิดจะยึดครองอำนาจทั้งหมดของกระทรวงกลาโหม พร้อมกับกำจัดหน่วยงานรัฐบาลที่เห็นว่าไม่มีความสำคัญทิ้งไป กัลโลเวย์ จึงพยายามปิด เนสต์ ทิ้ง โดยเขาเชื่อว่าสงครามระหว่างกลุ่มหุ่นยนต์ต่างดาว 2 กลุ่มนี้ได้ผ่านพ้นไปแล้ว และมนุษย์ไม่สนใจความขัดแย้งดังกล่าวอีกต่อไป ในที่สุด แซม ก็ไม่อาจทนเมินเฉยต่อสิ่งที่แทรกซึมเข้าไปในความคิดของเขาได้ และแล้วเขาก็ต้องไปติดอยู่กลางศึกระหว่าง ออโตบ็อตส์ และ ดีเซ็ปติคอนส์ โดยมีชะตากรรมของจักรวาลเป็นเดิมพันอีกครั้ง แต่ที่ แซม ยังไม่รู้ก็คือ เขาคือผู้กุมกุญแจที่จะไขไปสู่ผลลัพธ์ของการทำศึกระหว่างความชั่วและความดี ด้วยความช่วยเหลือจากคนรู้จักรอบๆ ตัวของเขา เหตุการณ์ทั้งหมดทำให้ แซม เริ่มยอมรับคำขวัญประจำตระกูลที่ว่า "ไม่เสียสละ ก็ไม่ได้ชัยชนะ!"
Synopsis: Two years have passed sine young Sam Witwicky (Shia LaBeouf) saved the universe from a decisive battle between warring races of robotic aliens. Despite his extreme heroics, Sam is still an average teenager with everyday anxieties about heading to college, leaving behind his girlfriend Mikaela (Megan Fox), and separating from his parents (Kevin Dunn and Julie White) for the first time. Of course there is the additional burden of trying to explain his departure to his newest friend and guardian robot, Bumblebee.For Sam the goal is to lead a normal university lifestyle. At Sam's new school, adapting to a new, albeit pushy, roommate, Leo (Ramon Rodriguez), and an equally pushy but much more attractive new acquaintance, Alice (Isabel Lucas), Sam suddenly becomes distracted by visions flashing across his brain like thunderbolts. Fearful that he is suffering from the dementia that plagued his grandfather, Sam keeps his visions a secret. The battle between the Autobots and Decepticons, although a top secret incident, has instigated many changes. Sector 7 has since been disbanded and its most loyal soldier, Agent Simmons (John Turturro), summarily dismissed. In its place, a new agency, NEST, has been created. Utilizing experienced field commanders like Lennox (Josh Duhamel) and Epps (Tyrese Gibson), NEST seeks to work side by side with the Autobots to avoid another deadly confrontation with the Decepticons. Unfortunately National Security Advisor Theodore Galloway (John Benjamin Hickey) possesses little foresight to fully comprehend the inexorable dangers which abound. Driven to gain control of every defense organization, and at the same time do away with what he sees as a frivolous government bureau, Galloway endeavors to terminate NEST, believing that any threat of war has long since passed. Despite his best laid plans, Sam once again finds himself at the center of a tug of war between the Autobots and Decepticons with the fate of the universe at stake. Unbeknownst to Sam, he alone holds the key to the outcome of the struggle between evil and the ultimate power of good. With the help of his friends, his pals in NEST and even his parents, Sam finally learns to embrace the Witwicky birthright, no longer hiding from his family legacy: No sacrifice, no victory!

Labels: ,

 
posted by Apica Rungsiuthai
Permalink0 comments
Wednesday, June 17, 2009,6/17/2009 04:17:00 PM
Up : ปู่ซ่าบ้าพลัง
มาแล้วหนังการ์ตูนน้ำดีประจำปี พศ นี้ น่าจะเป็นเรื่องนี้ ตัวการ์ตูนน่ารักโคตรๆ ทุกตัว ทั้งเด็ก ทั้งคนแก่ ทั้งนกสารพัดสี และหมาที่พูดได้หน้าตาน่ารักสุดขีด ทุกตัว พูดแล้วก็อยากไปดูอีก สนุกมากๆๆๆๆๆๆๆ
หนังให้ข้อคิด มีหลายฉากที่เราดูแล้วน้ำตาไหลแบบเต็มใจให้มันไหลออกมาเลย โดยเฉพาะตอนที่ คุณปู่แกนึกถึงคุนย่าที่จากไป ดูแล้วซึ้งมากๆๆ เรื่องภาพไม่ต้องพูดถึง สวยงามเกินบรรยาย นี่ขนาดเราไม่ได้ดูแบบสามมิติ หรือ ดิจิตอลนะเนี่ย สีสันสวยสุดๆ โดยเฉพาะฉากที่มีนก นกตัวนี้ สีสวยกว่านกแก้วในป่าอเมซอนอีก เรานับดูแล้วน่าจะมากกว่า 16 ล้านเฉดสี สีจัดจ้านจริงๆ หมาก็หน้าตาน่ารักโคตร ดูติงต๊องแบบกวนๆผสมกับน่าเอ็นดูบอกไม่ถูก เนื้อเรื่องแนวครอบครัวตามแนวถนัดของหนังค่ายนี้ ทำให้เป็นการ์ตูนที่โดนใจเราอย่างมากเลย
ไม่รู้จะบรรยายยังไงดี ไม่อยากเอาไปเปรียบกับก้านกล้วย เพราะคนละแนว แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลยจริงๆ ดูแล้วอยากซื้อเก็บไว้ เหมือนเรื่อง แร็ทตาตูอี้ เผลอๆเรื่องนี้จะสนุกกว่าด้วยซ้ำ
ไม่รู้จะพูดยังไงให้สมกับความสนุกที่ไดรับ มีครบทุกรสเลย ทั้งตื่นเต้น ขำ ซึ้ง แหม มาแนวหนังไทยเลย 5555 สรุปแล้วเราให้ 9.4 อ่ะ เพราะหนุกจริงๆ
เรื่องย่อ : คาร์ล เฟรดริกเซน (เอ็ดเวิร์ด แอสเนอร์) คุณปู่พ่อค้าขายลูกโป่งวัย 78 ปี ใฝ่ฝันมาตลอดชีวิตว่าอยากจะไปท่องดินแดนอเมริกาใต้สักครั้ง และแล้ววันหนึ่ง คุณปู่ขี้โมโหคนนี้ก็ทำให้เพื่อนบ้านแตกตื่นกันเป็นแถว ด้วยการผูกลูกโป่งนับพันใบไว้กับบ้านของเขา แล้วใช้บ้านของเขาต่างยานพาหนะบินขึ้นสู่ฟากฟ้า เรื่องยุ่งเหยิงกว่าที่คิด เมื่อ คาร์ล ไม่ใช่ผู้โดยสารเพียงลำพังในการเดินทางครั้งนี้ เพราะยังมี รัสเซลล์ (จอร์แดน นางาอิ) นักผจญภัยขี้ตื่นตูมวัยแปดขวบที่เกิดมาพร้อมกับคำถามในทุกๆ เรื่อง หลงมาเกาะระเบียงหน้าบ้านของคุณปู่ คาร์ล ขณะที่บ้านลอยขึ้นฟ้า หลังจากนั้น เมื่อบ้านแตะลงสู่ทวีปที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก คุณปู่จอมซ่าและผู้ร่วมทางที่ดูไม่ค่อยจะเข้ากันนัก ก็ได้เหยียบย่างออกไปสำรวจรอบๆ ทำเลใหม่ ไม่เพียงแค่สนามหญ้าหน้าบ้านของเขาจะกว้างขวางขึ้นเท่านั้น แต่ที่นี่ยังมีนักล่าที่ดุร้ายยิ่งกว่าอะไรที่พวกเขาเคยเจอมา
Synopsis : Carl Fredricksen (Edward Asner) is a 78-year-old balloon salesman. His entire life, Carl has longed to wander the wilds of South America. Then, one day, the irascible senior citizen shocked his neighbors by tying thousands of balloons to his home and finally taking flight. But Carl isn't alone on his once-in-a-lifetime journey, because stowed away on his front porch is an excitable eight-year-old Wilderness Explorer named Russell (Jordan Nagai). Later, as the house touches down on the world's second largest continent, Carl and his unlikely traveling companion step outside to discover that not only is their new front lawn considerably larger, but that the predators therein are much more ferocious than anything they ever faced back home.

Labels: , ,

 
posted by Apica Rungsiuthai
Permalink0 comments
,6/17/2009 04:14:00 PM
Dek-Khong : อนุบาลเด็กโข่ง
หนังเรื่องนี้ เห็นโฆษณาครั้งแรกก็กลัวแล้ว กลัวว่าจะเสียเงินไปฟรีๆ แถมเจ็บใจกลับบ้านอีกต่างหาก เพราะดูดาราเด็กที่แสดงแล้ว กลุ้มใจมากๆ เราไม่เคยอ่านหนังสือ หรือ ไปดูเรื่องสั้นที่เคยฉายไปแล้ว ( ตามที่โฆษณาบอก) หรอกนะ เพราะไม่เคยรู้จักชื่อเรื่องนี้มาก่อน แต่เอาเป็นว่า ดาราที่เป็นตัวเด็กโข่งนี่หน้าตาน่ากลัวมากๆ
แต่พอเข้าไปดูกลับไม่ได้เลวร้ายมากกก อย่างที่คิด แถมความน่ากลัวของตัวเอกก้กลับถูกกลบด้วยความสวยน่ารักของนางเอก และ ของดาราเด็กคนอื่นๆ เด็กๆในเรื่องดูไร้เดียงสาเล่นเป็นธรรมชาติมากๆ ดูแล้วอยากมีลูกเร็วๆ แต่ก็อ่ะนะ เนื่องจากมันเด็กมากเกินไป ( รึเปล่า ) วิธีการแสดงก็เลยไม่เหมือนแสดง เหมือนมาเล่นกันเองมากกว่า ก็ไม่รู้ผู้กำกับกำกับได้ไง เด็กโคตรเยอะขนาดนี้ เป็นเราคงแย่ เหมือนจับปูใส่กระด้ง
เนื้อเรื่องก็น่ารัก เหมือนอ่านการ์ตูน ชีวิตจริงๆ คงไม่มีเด็กที่ไหนมาตั้งค่ายเป็นแก๊งค์เยอะๆแบบในหนังเรื่องนี้หรอก คนแต่งคงตั้งใจสอดแทรกปรัชญาชีวิต เพราะในเรื่องมีการตั้งคำถาม ด้วยการถามว่า ชีวิตคืออะไร บ่อยมาก คนดูๆไปเลยนั่งดูเฉยๆไม่ได้ต้องคอยนั่งคิดตามไปตลอดเรื่องเลยว่า เฮ้ย แล้วตกลงชีวิต คืออะไร สิ่งที่สอนเราได้ดีที่สุดจากเรื่องนี้ น่าจะเป็นเรื่องของ มิตรภาพ ส่วนดาราที่เล่นดีเข้าตาเรา ก็ นางเอกคนสวยของเรื่อง พระเอกก็พอไปได้ แต่เด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงที่เล่นเป้นรองหัวหน้าแก็งค์อ่ะ น่าจับตามองที่สุดเลย น่ารัก และเล่นดี อ้อ อีกคนก็ น้องอะไรนะ ที่เล่นเป็นลูกสมุนของเด็กโข่งที่มีแฟนอ่ะ น่ารักดี ส่วนเด็กอ้วนๆในเรื่องนี่ ต้องปรับปรุงนะ เล่นเหมือนเล่นอยู่ที่บ้าน ไม่เหมือนแสดงหนังเลย เฮ้อ เด็กหนอเด็ก
เรื่องนี้ ให้คติสอนใจเยอะเลย ดูแล้วนอกจากเพลินแล้วยังได้ข้อคิดอีกต่างหาก แต่ว่า ดูแล้วไม่สบายตาเพราะเด็กหน้าตาน่ากลัวอย่างที่บอก แต่ก็เป็นตามบทอ่ะนะ เราเข้าใจ แต่ก็อดไม่ได้ แหม ก็มันเห็นอยู่ตลอดเรื่อง เนื้อเรื่องโอเค แสดงพอใช้ รวมๆไม่ได้แย่เท่าไหร่ แต่จะให้ดูอีก อาจต้องขอคิดดูก่อน เราให้ 6.8 ล่ะ
เรื่องย่อ : แก๊งคิงคอง ถือเป็นมหาอำนาจที่เหล่าเด็กอนุบาลต่างเคารพยำเกรง ไม่ว่าแก๊งไหนๆ พยายามจะโค่นล้มก็ต้องพ่ายแพ้อยู่ร่ำไป นั่นเป็นเพราะ โอม (นพฤทธิ์ สุริวงศ์) หัวหน้าแก๊งผู้น่าเกรงขาม มีร่างกายสูงใหญ่ผิดปกติจากเด็กอนุบาล 3 ทั่วไป จนไม่มีเด็กคนไหนกล้าหือ อีกทั้งยังมีลูกน้องมือขวา จอน (เศรฐวุฒิ มนัสปิติสุข) มือซ้าย อั๋น (ศกานต์ ชาวบ้านเกาะ) และลูกไล่ เปี๊ยก (ปรเมศร์ โทนเนินสูง) ทำให้ไม่มีใครสามารถโค่นแก๊งคิงคองลงจากบัลลังก์ได้ วันหนึ่ง โอม ได้พบกับ ออม (คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์) นักเรียนสาวมัธยมปลาย แล้ว โอม ก็เกิดอาการตกหลุมรัก ออม เข้าอย่างเต็มเปา ถึงกับต้องหลอกว่าอายุเท่ากัน และลงทุนปลอมตัวเป็นเด็กมัธยมปลาย เพื่อหวังพิชิตใจเธอให้ได้ และที่ร้ายไปกว่านั้นคือ โอม ปกปิดเรื่องนี้กับแก๊งคิงคอง เมื่อหัวหน้าแก๊งหัวใจว้าวุ่น ความมั่นคงของแก๊งจึงเริ่มสั่นคลอน ประกอบกับการปรากฏตัวของ จำเนียร (กัจนฐานิยา ศรีโรจน์วัฒนะ) เด็กหญิงลึกลับที่มาขอเข้าแก๊ง โดยมีแผนการโค่นล้มแก๊งคิงคองอย่างร้ายกาจ เมื่อปัญหาเรื่องแก๊งเริ่มยุ่งเหยิง เรื่องรักเริ่มขมวดปมหนาขึ้น โอม จึงต้องลุกขึ้นมากอบกู้ศักดิ์ศรีของแก๊งและพิชิตใจสาวมัธยมปลายไปพร้อมกัน
Synopsis : "King Kong Gang" is the high respected, powerful and invincible gang that rules the kindergarten kids. Its prosperity is contributed by Om, a big, tough, and overgrown leader boy who has his trusted entourages like Jon, Aun and Piek. One day, Om unexpectedly meets a pretty highschool girl and suddenly falls in love with her. Then, he tries to win her heart with the help of his followers by disguising as a highschool boy. While Om is in love and lacks the ability to rule, the stability of the gang is now wobbled; a new enemy arrives, new problems keep happening in the gang, and love affair is more complicated. To save the gang and to win the heart of the girl, Om must fight to conquer all the obstacles. It's time for the kids' epic of love and wit to begin, with a lot of laughs and funs.

Labels: ,

 
posted by Apica Rungsiuthai
Permalink0 comments